มีคอนเทนต์ที่ดีแล้วแต่ไม่ได้กระตุ้นให้ผู้คนมีส่วนร่วมหรือแสดงกระทำอะไรกับแบรนด์เลย ซึ่งนั่นก็อาจจะยังไม่ใช่การตลาดที่สมบูรณ์ในการเพิ่มยอดขายให้ปังเท่าที่ควร งั้นมาลองเสริมปุ่มอันทรงพลังอย่าง Call to Action เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมกลายมาเป็นลูกค้าหรือผู้ติดตามที่สามารถเพิ่มโอกาสกลายมาเป็นลูกค้าของแบรนด์ในอนาคตกันเถอะ
Call to Action คืออะไร
Call to Action หรือเรียกกันสั้นๆ ในวงการ Digital marketing ว่า CTA คือ คำที่สามารถเชิญชวนหรือคำสั่งที่ไปกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามคำนั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นปุ่มที่มีข้อความสั้นๆ อยู่บนแพลตฟอร์มโซเชียลหรือเว็บไซต์ให้ผู้ชมคลิก ซึ่งเป็นการนำผู้ชมไปสู่กระบวนการถัดไป เช่น การสั่งซื้อสินค้า การติดตาม การพูดคุย หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเว็บไซต์ สินค้าหรือบริการของธุรกิจนั้น ดังนั้นกลยุทธ์ Call to Action จึงเป็นส่วนสำคัญของการตลาดออนไลน์ที่นำลูกค้าสู่การปิดการขายและสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้อย่างรวดเร็ว
องค์ประกอบของ Call to Action
การสร้างปุ่ม Call to Action ที่สามารถกระตุ้นให้ผู้ชมเกิดความสนใจที่จะคลิกเพื่อทำตามจุดประสงค์ของแบรนด์ ดังนั้นปุ่ม CTA จึงต้องมีองค์ประกอบทั้งหมดดังนี้
1. คำที่น่าดึงดูดบนปุ่มกด
คำที่น่าดึงดูดที่มักจะใช้กันคือ คำกริยา ที่เป็นการสั่งหรือเชิญชวนแบบชัดเจน อย่างเช่น คลิกที่นี่ กดโทร ดาวน์โหลด สั่งซื้อ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มเงื่อนไขที่ผู้ชมจะได้รับประโยชน์เป็นการสร้างแรงจูงใจและให้รีบทำตามโดยเร็วด้วยคำว่า เดี๋ยวนี้! เป็นการย้ำให้ทำทันทีเพื่อไม่ให้พลาดผลประโยชน์
2. เพิ่มคอนเทนต์
การเพิ่มเนื้อหาของคอนเทนต์จะช่วยให้สร้างความน่าเชื่อถือและผู้ชมรู้สึกไว้วางใจที่จะกดปุ่ม CTA ที่สำคัญทั้งเนื้อหาและคำบนปุ่มจะต้องสอดคล้องเป็นเรื่องเดียวกันและสื่อว่าหากกดแล้วจะได้รับผลประโยชน์อย่างไรบ้าง
3. เน้นการออกแบบ
การสร้างแรงดึงดูดที่ดีอีกวิธีคือการออกแบบปุ่ม Call to Action ให้สะดุดตาและโดดเด่นตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ให้ความสำคัญกับเรื่องโทนสีของตัวอักษรและรูปทรงของปุ่มให้มีความแตกต่างกับแพลตฟอร์มนั้นๆ มากที่สุด
4. ตำแหน่งการวาง
ตำแหน่งการวางปุ่ม Call to Action ก็สำคัญเช่นกัน โดยจะต้องวางในตำแหน่งจุดนำสายตาเพื่อให้ปุ่มหาง่ายและดึงดูดให้ผู้ชมคลิกมากขึ้น
5 เทคนิคการเขียน Call to Action ให้ลูกค้าอยากคลิก
มาถึงเทคนิคการเขียนคอนเทนต์ Call to Action อย่างไรถึงจะน่าดึงดูดและมีประสิทธิภาพเชิญชวนให้คลิกได้ทันที ซึ่งจะต้องมีหลายปัจจัยคอยส่งเสริมกันดังนี้
1. การเลือกใช้คำ
สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ การเลือกใช้คำที่กระชับและสั้นแต่มีพลัง สร้างความตื่นเต้นจนรู้สึกว่าอยากจะคลิกในทันที คำที่ดูสนิทสนมเข้าถึงง่ายและน่าเชื่อถือไว้วางใจที่จะคลิกได้ รวมไปถึงเมื่อได้เห็นแล้วผู้ชมจะรู้สึกว่าต้องได้รับประโยชน์จากการคลิกทันที ตัวอย่างการเลือกใช้คำ เช่น คลิกเพื่อรับส่วนลด ,ซื้อเลย ,สมัครวันนี้ฟรีแรกเข้า หรือรับสินค้าฟรี นอกจากนี้ต้องสามารถสื่อถึงจุดประสงค์ที่แบรนด์ต้องการให้ผู้ชมทำตามได้อีกด้วย
2. คำต้องโดดเด่น
นอกจากการเลือกใช้คำให้เหมาะสมกับจุดประสงค์แล้ว ยังต้องทำให้คำนั้นโดดเด่นขึ้นมาจนน่าสนใจที่จะคลิกปุ่ม Call to Action โดยเน้นการใช้สีที่สามารถดึงอารมณ์ตื่นเต้น เร้าใจ ปลุกใจของผู้ชมได้ดี และหลีกเลี่ยงการใช้โทนสีเดียวกันกับแพลตฟอร์ม รวมไปถึงรูปแบบของตัวอักษรที่อ่านง่าย สามารถเพิ่มความหนาให้คำเสริมความโดดเด่นเพิ่มอีกขั้น
3. ใช้เทคนิค Fear of Missing Out
เทคนิคนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมในการสร้าง Call to Action ซึ่งจะช่วยสร้างความรู้สึกที่ผู้ชมไม่ควรพลาดผลประโยชน์ที่อยู่ตรงหน้าและต้องคลิกทันทีเมื่อเห็นปุ่มนั้น เช่น รีบซื้อก่อนสินค้าหมดหรือลดพิเศษวันนี้เท่านั้น
4. หลีกเลี่ยงคำเฉพาะ
อีกหนึ่งเทคนิคที่เป็นข้อควรระวังในการสร้าง Call to Action คือ หลีกเลี่ยงการใช้คำศัพท์เฉพาะ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดและใช้เวลาทำความเข้าใจกับคำศัพท์นั้นนานเกิดความจำเป็น ซึ่งอาจจะทำให้ลูกค้าเลิกสนใจในสิ่งที่แบรนด์ต้องการจะสื่อสารออกมา
5. การทดสอบ
เทคนิคสุดท้ายคือ การทดสอบ เพื่อเก็บข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายว่า Call to Action แบบไหนที่ได้รับความสนใจมากที่สุด เพราะจะสามารถนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงในการสร้างคอนเทนต์ในครั้งถัดไปที่แบรนด์จะเพิ่มโอกาสในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ได้ในอนาคต
Call to Action ที่ดีต้องแบบนี้
มาเช็กกันว่าถ้าแบรนด์จะสร้าง Call to Action ที่ดีมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรลุจุดประสงค์ให้ผู้คนมีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้นต้องเป็น CTA แบบไหน
1. คำมีความหมายตรงไปตรงมา
การใช้คำที่สั้นแบบตรงไปตรงมาจะช่วยให้ผู้ชมเข้าใจง่าย รู้สึกไม่ซับซ้อน ง่ายต่อการออกแบบปุ่มที่ให้ดูโดดเด่นเหมาะกับข้อจำกัดของแต่ละแพลตฟอร์ม คำที่สามารถสร้างแรงดึงดูดได้ดี เช่น ลดราคาวันนี้วันเดียว ,สินค้ามีจำนวนจำกัด หรือรับสิทธิพิเศษ
2. คำโดดเด่น
การสร้าง Call to Action ที่ดีจะต้องโดดเด่นจนผู้ชมต้องหยุดดู จึงต้องออกแบบลักษณะของปุ่มโดยการเน้นสีที่เป็นคู่ตรงกันข้ามหรือคนละสีกับแพลตฟอร์มที่แบรนด์ต้องการทำ CTA นอกจากนี้ต้องใช้รูปแบบตัวอักษรที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะช่วยให้ปุ่มดูเตะตากว่าเนื้อหาอื่นๆ ชวนให้น่าคลิก หรือแม้แต่กระทั่งการเพิ่มแสงเงาให้ดูมีมิติมากกว่าการพิมพ์ข้อความธรรมดาด้วย
3. เห็นผ่านทุกอุปกรณ์ต้องเด่น
ปุ่ม Call to Action ที่ดีไม่ว่าจะแสดงอยู่บนอุปกรณ์อะไรก็ต้องโดดเด่นเหมือนกัน ดังนั้นการศึกษาแพลตฟอร์มที่จะสร้าง CTA ก็เป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ทุกคนต่างมี Smartphone และใช้งานเป็นประจำ จึงควรออกแบบปุ่ม CTA ให้มีขนาดและรูปแบบที่หลากหลายเหมาะสมกับทุกอุปกรณ์เพื่อการแสดงผลแบบชัดเจน นอกจากนี้ตำแหน่งของปุ่ม CTA ที่จะแสดงในแต่ละอุปกรณ์ต้องอยู่ในจุดที่สามารถมองเห็นได้อย่างโดดเด่นด้วย
4. สร้าง Call to Action สำรอง
บางครั้งการสร้าง Call to Action ตามที่แบรนด์ต้องการให้ผู้ชมคลิกปุ่มตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นก็เป็นเรื่องยากในการคลิกของคนบางกลุ่ม แบรนด์จึงต้องเตรียมปุ่ม CTA เพื่อไว้ให้กลุ่มเป้าหมายเลือกใช้งานก่อนที่จะไปที่ปุ่มหลัก เช่น ลูกค้าลังเลที่จะกดปุ่มซื้อทันทีตั้งแต่ครั้งแรก ลูกค้าก็สามารถกดปุ่ม CTA สำรองที่สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับข้อมูลของสินค้า และมีปุ่มซื้อ CTA หลักในหน้าข้อมูลสินค้าไว้ด้วย เพราะเมื่อมั่นใจในสินค้าแล้วก็มีเปอร์เซ็นต์ที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
สรุป
การสร้าง Call to Action ที่มีประสิทธิภาพจะกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น หรือเกิดการมีส่วนร่วมของลูกค้ากับแบรนด์ที่ลูกค้าจะรู้สึกว่าเข้าถึงและไว้วางใจแบรนด์ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่านอกจากจะเพิ่มยอดขายให้แบรนด์ได้แล้วก็ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในระยะยาวได้อีกด้วย
FAQ เกี่ยวกับ Call to Action
ปุ่ม Call to Action มีกี่ประเภท?
ปัจจุบันปุ่ม CTA จะมีอยู่ 5 ประเภทที่สามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ ได้แก่
- ปุ่มที่ให้ดำเนินการทันที เช่น สมัครเลย หรือ ซื้อทันที
- ปุ่มที่ให้ข้อมูล เช่น เรียนรู้เพิ่มเติม หรือ อ่านรายละเอียด
- ปุ่มแบ่งปันบนโซเชียล เช่น โพสต์ซ้ำ หรือ แบ่งปันกับเครือข่ายของคุณ
- ปุ่มให้ติชม เช่น เขียนรีวิว หรือ ตอบแบบสอบถาม
- ปุ่มที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามพฤติกรรมของผู้ใช้
ควรใช้ปุ่ม Call to Action ที่ไหน?
ก่อนอื่นต้องดูความต้องการของแบรนด์ว่าอยากให้เกิด Call to Action ที่แพลตฟอร์มใด ซึ่งสามารถทำได้ทั้งบนเว็บไซต์ อีเมล ช่องทางโซเชียลต่างๆ หรือแม้แต่โฆษณาออฟไลน์ก็สามารถสร้าง Call to Action ได้เช่นกัน
ควรออกแบบปุ่ม Call to Action เป็นแบบไหน?
อย่างที่ได้กล่าวไปนั้นคือต้องเน้นใช้สีที่มีความแตกต่างกับส่วนอื่นๆ อีกทั้งรูปแบบตัวอักษรก็ต้องโดดเด่นกว่าข้อความบริเวณอื่นบนแพลตฟอร์มนั้นๆ หรือเน้นการใช้สีที่สามารถสื่อถึงอารมณ์ที่ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมได้
หากคุณคือเจ้าของแบรนด์ที่สนใจทำเนื้อหาเกี่ยวกับ คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ที่ Digimusketeers เรามีบริการ Content Marketing เพิ่มมูลค่าธุรกิจและเพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์ของคุณ Digimusketeers เราให้บริการผลิตเนื้อหาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น บทความ SEO, บทความทั่วไป Evergreen Content, Topical Content เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ ให้ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย โดยทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านการทำคอนเทนต์โดยเฉพาะ และมีประสบการณ์จากหลากหลายธุรกิจ เราพร้อมช่วยวางแผนให้แบรนด์ของคุณเติบโตอย่างมั่นคง
สร้างสรรค์เนื้อหาคอนเทนต์เพื่อโปรโมตแบรนด์ธุรกิจ
แอดไลน์เพื่อปรึกษาเราฟรี
เลือกอ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Content Marketing
- ช็อคโกแลตดูไบเป็นแค่ช็อกโกแลตจริงหรือ? ทำไมถึงฮิตในโซเชียล
- UGC เทรนด์คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ใช้จริง แบบไม่อวย
- Pet Parent เทรนด์ ทาสหมา ทาสแมวยุคใหม่ ที่เลี้ยงสัตว์เหมือนลูก




