Call to Action คือ

5 เคล็ดลับสร้างคอนเทนต์ Call to Action กระตุ้นยอดขาย สร้างการมีส่วนร่วม

Digimusketeers, 4 November 2024

มีคอนเทนต์ที่ดีแล้วแต่ไม่ได้กระตุ้นให้ผู้คนมีส่วนร่วมหรือแสดงกระทำอะไรกับแบรนด์เลย ซึ่งนั่นก็อาจจะยังไม่ใช่การตลาดที่สมบูรณ์ในการเพิ่มยอดขายให้ปังเท่าที่ควร งั้นมาลองเสริมปุ่มอันทรงพลังอย่าง Call to Action เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมกลายมาเป็นลูกค้าหรือผู้ติดตามที่สามารถเพิ่มโอกาสกลายมาเป็นลูกค้าของแบรนด์ในอนาคตกันเถอะ

Call to Action คืออะไร

Call to Action หรือเรียกกันสั้นๆ ในวงการ Digital marketing ว่า CTA คือ คำที่สามารถเชิญชวนหรือคำสั่งที่ไปกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามคำนั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นปุ่มที่มีข้อความสั้นๆ อยู่บนแพลตฟอร์มโซเชียลหรือเว็บไซต์ให้ผู้ชมคลิก ซึ่งเป็นการนำผู้ชมไปสู่กระบวนการถัดไป เช่น การสั่งซื้อสินค้า การติดตาม การพูดคุย หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเว็บไซต์ สินค้าหรือบริการของธุรกิจนั้น ดังนั้นกลยุทธ์ Call to Action จึงเป็นส่วนสำคัญของการตลาดออนไลน์ที่นำลูกค้าสู่การปิดการขายและสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้อย่างรวดเร็ว

องค์ประกอบของ Call to Action

การสร้างปุ่ม Call to Action ที่สามารถกระตุ้นให้ผู้ชมเกิดความสนใจที่จะคลิกเพื่อทำตามจุดประสงค์ของแบรนด์ ดังนั้นปุ่ม CTA จึงต้องมีองค์ประกอบทั้งหมดดังนี้

1. คำที่น่าดึงดูดบนปุ่มกด 

คำที่น่าดึงดูดที่มักจะใช้กันคือ คำกริยา ที่เป็นการสั่งหรือเชิญชวนแบบชัดเจน อย่างเช่น คลิกที่นี่ กดโทร ดาวน์โหลด สั่งซื้อ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มเงื่อนไขที่ผู้ชมจะได้รับประโยชน์เป็นการสร้างแรงจูงใจและให้รีบทำตามโดยเร็วด้วยคำว่า เดี๋ยวนี้! เป็นการย้ำให้ทำทันทีเพื่อไม่ให้พลาดผลประโยชน์

2. เพิ่มคอนเทนต์

การเพิ่มเนื้อหาของคอนเทนต์จะช่วยให้สร้างความน่าเชื่อถือและผู้ชมรู้สึกไว้วางใจที่จะกดปุ่ม CTA ที่สำคัญทั้งเนื้อหาและคำบนปุ่มจะต้องสอดคล้องเป็นเรื่องเดียวกันและสื่อว่าหากกดแล้วจะได้รับผลประโยชน์อย่างไรบ้าง

3. เน้นการออกแบบ

การสร้างแรงดึงดูดที่ดีอีกวิธีคือการออกแบบปุ่ม Call to Action ให้สะดุดตาและโดดเด่นตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ให้ความสำคัญกับเรื่องโทนสีของตัวอักษรและรูปทรงของปุ่มให้มีความแตกต่างกับแพลตฟอร์มนั้นๆ มากที่สุด

4. ตำแหน่งการวาง

ตำแหน่งการวางปุ่ม Call to Action ก็สำคัญเช่นกัน โดยจะต้องวางในตำแหน่งจุดนำสายตาเพื่อให้ปุ่มหาง่ายและดึงดูดให้ผู้ชมคลิกมากขึ้น

Call to Action

5 เทคนิคการเขียน Call to Action ให้ลูกค้าอยากคลิก

มาถึงเทคนิคการเขียนคอนเทนต์ Call to Action อย่างไรถึงจะน่าดึงดูดและมีประสิทธิภาพเชิญชวนให้คลิกได้ทันที ซึ่งจะต้องมีหลายปัจจัยคอยส่งเสริมกันดังนี้

1. การเลือกใช้คำ

สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ การเลือกใช้คำที่กระชับและสั้นแต่มีพลัง สร้างความตื่นเต้นจนรู้สึกว่าอยากจะคลิกในทันที คำที่ดูสนิทสนมเข้าถึงง่ายและน่าเชื่อถือไว้วางใจที่จะคลิกได้ รวมไปถึงเมื่อได้เห็นแล้วผู้ชมจะรู้สึกว่าต้องได้รับประโยชน์จากการคลิกทันที ตัวอย่างการเลือกใช้คำ เช่น คลิกเพื่อรับส่วนลด ,ซื้อเลย ,สมัครวันนี้ฟรีแรกเข้า หรือรับสินค้าฟรี นอกจากนี้ต้องสามารถสื่อถึงจุดประสงค์ที่แบรนด์ต้องการให้ผู้ชมทำตามได้อีกด้วย

2. คำต้องโดดเด่น

นอกจากการเลือกใช้คำให้เหมาะสมกับจุดประสงค์แล้ว ยังต้องทำให้คำนั้นโดดเด่นขึ้นมาจนน่าสนใจที่จะคลิกปุ่ม Call to Action โดยเน้นการใช้สีที่สามารถดึงอารมณ์ตื่นเต้น เร้าใจ ปลุกใจของผู้ชมได้ดี และหลีกเลี่ยงการใช้โทนสีเดียวกันกับแพลตฟอร์ม รวมไปถึงรูปแบบของตัวอักษรที่อ่านง่าย สามารถเพิ่มความหนาให้คำเสริมความโดดเด่นเพิ่มอีกขั้น

3. ใช้เทคนิค Fear of Missing Out

เทคนิคนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมในการสร้าง Call to Action ซึ่งจะช่วยสร้างความรู้สึกที่ผู้ชมไม่ควรพลาดผลประโยชน์ที่อยู่ตรงหน้าและต้องคลิกทันทีเมื่อเห็นปุ่มนั้น เช่น รีบซื้อก่อนสินค้าหมดหรือลดพิเศษวันนี้เท่านั้น

4. หลีกเลี่ยงคำเฉพาะ

อีกหนึ่งเทคนิคที่เป็นข้อควรระวังในการสร้าง Call to Action คือ หลีกเลี่ยงการใช้คำศัพท์เฉพาะ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดและใช้เวลาทำความเข้าใจกับคำศัพท์นั้นนานเกิดความจำเป็น ซึ่งอาจจะทำให้ลูกค้าเลิกสนใจในสิ่งที่แบรนด์ต้องการจะสื่อสารออกมา

5. การทดสอบ

เทคนิคสุดท้ายคือ การทดสอบ เพื่อเก็บข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายว่า Call to Action แบบไหนที่ได้รับความสนใจมากที่สุด เพราะจะสามารถนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงในการสร้างคอนเทนต์ในครั้งถัดไปที่แบรนด์จะเพิ่มโอกาสในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ได้ในอนาคต

Call to Action ที่ดีต้องแบบนี้

มาเช็กกันว่าถ้าแบรนด์จะสร้าง Call to Action ที่ดีมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรลุจุดประสงค์ให้ผู้คนมีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้นต้องเป็น CTA แบบไหน

1. คำมีความหมายตรงไปตรงมา

การใช้คำที่สั้นแบบตรงไปตรงมาจะช่วยให้ผู้ชมเข้าใจง่าย รู้สึกไม่ซับซ้อน ง่ายต่อการออกแบบปุ่มที่ให้ดูโดดเด่นเหมาะกับข้อจำกัดของแต่ละแพลตฟอร์ม คำที่สามารถสร้างแรงดึงดูดได้ดี เช่น ลดราคาวันนี้วันเดียว ,สินค้ามีจำนวนจำกัด หรือรับสิทธิพิเศษ

 

2. คำโดดเด่น

การสร้าง Call to Action ที่ดีจะต้องโดดเด่นจนผู้ชมต้องหยุดดู จึงต้องออกแบบลักษณะของปุ่มโดยการเน้นสีที่เป็นคู่ตรงกันข้ามหรือคนละสีกับแพลตฟอร์มที่แบรนด์ต้องการทำ CTA นอกจากนี้ต้องใช้รูปแบบตัวอักษรที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะช่วยให้ปุ่มดูเตะตากว่าเนื้อหาอื่นๆ ชวนให้น่าคลิก หรือแม้แต่กระทั่งการเพิ่มแสงเงาให้ดูมีมิติมากกว่าการพิมพ์ข้อความธรรมดาด้วย

 

3. เห็นผ่านทุกอุปกรณ์ต้องเด่น

ปุ่ม Call to Action ที่ดีไม่ว่าจะแสดงอยู่บนอุปกรณ์อะไรก็ต้องโดดเด่นเหมือนกัน ดังนั้นการศึกษาแพลตฟอร์มที่จะสร้าง CTA ก็เป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ทุกคนต่างมี Smartphone และใช้งานเป็นประจำ จึงควรออกแบบปุ่ม CTA ให้มีขนาดและรูปแบบที่หลากหลายเหมาะสมกับทุกอุปกรณ์เพื่อการแสดงผลแบบชัดเจน นอกจากนี้ตำแหน่งของปุ่ม CTA ที่จะแสดงในแต่ละอุปกรณ์ต้องอยู่ในจุดที่สามารถมองเห็นได้อย่างโดดเด่นด้วย

 

4. สร้าง Call to Action สำรอง

บางครั้งการสร้าง Call to Action ตามที่แบรนด์ต้องการให้ผู้ชมคลิกปุ่มตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นก็เป็นเรื่องยากในการคลิกของคนบางกลุ่ม แบรนด์จึงต้องเตรียมปุ่ม CTA เพื่อไว้ให้กลุ่มเป้าหมายเลือกใช้งานก่อนที่จะไปที่ปุ่มหลัก เช่น ลูกค้าลังเลที่จะกดปุ่มซื้อทันทีตั้งแต่ครั้งแรก ลูกค้าก็สามารถกดปุ่ม CTA สำรองที่สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับข้อมูลของสินค้า และมีปุ่มซื้อ CTA หลักในหน้าข้อมูลสินค้าไว้ด้วย เพราะเมื่อมั่นใจในสินค้าแล้วก็มีเปอร์เซ็นต์ที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

Call to Action

สรุป

การสร้าง Call to Action ที่มีประสิทธิภาพจะกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น หรือเกิดการมีส่วนร่วมของลูกค้ากับแบรนด์ที่ลูกค้าจะรู้สึกว่าเข้าถึงและไว้วางใจแบรนด์ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่านอกจากจะเพิ่มยอดขายให้แบรนด์ได้แล้วก็ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในระยะยาวได้อีกด้วย

 

FAQ เกี่ยวกับ Call to Action

 

ปุ่ม Call to Action มีกี่ประเภท?

ปัจจุบันปุ่ม CTA จะมีอยู่ 5 ประเภทที่สามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ ได้แก่

  1. ปุ่มที่ให้ดำเนินการทันที เช่น สมัครเลย หรือ ซื้อทันที
  2. ปุ่มที่ให้ข้อมูล เช่น เรียนรู้เพิ่มเติม หรือ อ่านรายละเอียด
  3. ปุ่มแบ่งปันบนโซเชียล เช่น โพสต์ซ้ำ หรือ แบ่งปันกับเครือข่ายของคุณ
  4. ปุ่มให้ติชม เช่น เขียนรีวิว หรือ ตอบแบบสอบถาม
  5. ปุ่มที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามพฤติกรรมของผู้ใช้

ควรใช้ปุ่ม Call to Action ที่ไหน?

ก่อนอื่นต้องดูความต้องการของแบรนด์ว่าอยากให้เกิด Call to Action ที่แพลตฟอร์มใด ซึ่งสามารถทำได้ทั้งบนเว็บไซต์ อีเมล ช่องทางโซเชียลต่างๆ หรือแม้แต่โฆษณาออฟไลน์ก็สามารถสร้าง Call to Action ได้เช่นกัน

ควรออกแบบปุ่ม Call to Action เป็นแบบไหน?

อย่างที่ได้กล่าวไปนั้นคือต้องเน้นใช้สีที่มีความแตกต่างกับส่วนอื่นๆ อีกทั้งรูปแบบตัวอักษรก็ต้องโดดเด่นกว่าข้อความบริเวณอื่นบนแพลตฟอร์มนั้นๆ หรือเน้นการใช้สีที่สามารถสื่อถึงอารมณ์ที่ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมได้

 

หากคุณคือเจ้าของแบรนด์ที่สนใจทำเนื้อหาเกี่ยวกับ คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ที่ Digimusketeers เรามีบริการ Content Marketing เพิ่มมูลค่าธุรกิจและเพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์ของคุณ Digimusketeers เราให้บริการผลิตเนื้อหาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น บทความ SEO, บทความทั่วไป Evergreen Content, Topical Content เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ ให้ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย โดยทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านการทำคอนเทนต์โดยเฉพาะ และมีประสบการณ์จากหลากหลายธุรกิจ เราพร้อมช่วยวางแผนให้แบรนด์ของคุณเติบโตอย่างมั่นคง

 

สร้างสรรค์เนื้อหาคอนเทนต์เพื่อโปรโมตแบรนด์ธุรกิจ

ติดต่อไลน์

แอดไลน์เพื่อปรึกษาเราฟรี

 

เลือกอ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Content Marketing

 

คุณกำลังต้องการเพิ่มยอดขายออนไลน์ให้ธุรกิจของคุณอยู่หรือไม่

ปรึกษาฟรี!

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ของเรา

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับ
Manage Consent Preferences บันทึก