มารู้จัก Data-driven marketing กันเถอะ และทำอย่างไรจะช่วยให้แคมเปญประสบความสำเร็จ

Digimusketeers
8 October 2021

Data-Driven Marketing หลายคนคงเคยได้ยินคำนี้บ่อยๆ เพราะว่าเป็นการตลาดที่มาแรง และหลายธุรกิจได้นำมาปรับใช้จนสร้างแคมเปญที่ประสบความสำเร็จได้ สร้างประโยชน์สูงสุดให้เกิดกับธุรกิจ แต่สุดท้ายแล้วมันคืออะไร แล้วจะนำมาใช้กับการรันธุรกิจได้อย่างไร มาทำความรู้จักกัน

Data-Driven Marketing คืออะไร?

Data-driven marketing คือกลยุทธ์การตลาดที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่เป็นกลยุทธ์ในการขับเคลื่อน โดยการวิเคราะห์นี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า ว่ามีแนวโน้มไปในทิศทางใด และจะส่งผลกระทบใดต่อแคมเปญให้ประสบความสำเร็จ

เนื่องจากการทำการตลาดในปัจจุบันค่อนข้างมีความยากขึ้นและซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้น การได้ข้อมูลมาเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและความคาดหวังของผู้บริโภคจะเป็นแนวทางในการทำแคมเปญที่มีโอกาสประสบความสำเร็จได้สูง ดังนั้น การวิเคราะห์ข้อมูลจึงเป็นกระบวนการในการทำการตลาดสมัยใหม่ที่เป็นเทรนด์สำคัญในปัจจุบัน

การใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์จะช่วยในแนวทางการวางแผนสื่อได้ ซึ่งเกิดจากการรวมรวมข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ มากมาย ตั้งแต่การใช้แอปพลิเคชั่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย ฯลฯ แบรนด์สามารถเข้าถึงและติดตามข้อมูลจากลูกค้าไปตลอดเส้นทางการใช้งานได้ จากนั้นนำข้อมูลทั้งหมดมาแยกแยะวิเคราะห์ เพื่อให้ทีมการตลาดได้เข้าใจและพิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจ หรือนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ออกมาเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ซึ่งทั้งหมดนี้จะคือการเทิร์นออกมาเป็นการลงทุนทางการตลาดที่สำคัญ

ประโยชน์ของการทำ Data-Driven Marketing

อย่างที่เราทราบกันดีปัจจุบันข้อมูลข่าวสารนั้นมีมหาศาลท่วมท้นตัวผู้บริโภคจนแทบจะอ่านไม่ทัน ดังนั้น การวิเคราะห์ข้อมูลจะช่วยเพิ่มการมองเห็นให้ผู้บริโภคเห็นข้อความจากแคมเปญของเรา ซึ่งเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคคลิกเข้ามาชมโฆษณา เข้าร่วมสัมมนา เข้ามาเอ็นเกจกับโพสต์ของเรา ไปจนกระทั่งถึงเข้ามาตัดสินใจซื้อสินค้าจากเราด้วย พูดง่ายๆ ว่าเป็นการสร้างโอกาสในการนำไปสู่เป้าหมาย และยังมีอีกเยอะแยะมากมาย ดังนี้

สร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิมให้ลูกค้า

การสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิมให้กับลูกค้า เป็นสิ่งสำคัญมากอย่างยิ่งในการทำธุรกิจ และกว่าครึ่งผู้บริโภคยืนยันว่า หากพบประสบกรณ์ในการเข้าเว็บไม่ดีจะหันไปซื้อสินค้าจากที่อื่นทันที อย่างไรก็ตาม การใช้ Data ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับนโยบายการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลด้วย ดังนั้น แบรนด์หรือธุรกิจจะต้องสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับผู้ใช้งาน เพื่อให้มีโอกาสได้สร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภค ซึ่งหากสามารถทำได้จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้เลยทีเดียว

ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรบัดเจ็ท

การจัดการงบประมาณนับเป็นความท้าทายอีกอย่างที่สำคัญของนักการตลาด การทำ Data-Driven Marketing จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยวิเคราะห์ได้ว่างบประมาณโฆษณาหรือการตลาดส่วนไหนที่มีผลต่อการสร้าง Conversion หรือการรับรู้แบรนด์ ซึ่งสามารถประเมินได้ด้วย customer journeys โดยใช้รูปแบบการระบุแหล่งที่มา เช่น การระบุแหล่งที่มาด้วยวิธี UMM (Unified Marketing Measurement) ซึ่งจะระบุแหล่งที่มาแบบมัลติทัช และสร้างรูปแบบจำลองของสื่อผสมเพื่อให้มุมมองที่ครอบคลุมถึงเส้นทางการซื้อของลูกค้าได้ แบรนด์หรือธุรกิจจะสามารถกำหนดผู้ที่มีโอกาสมาเป็นลูกค้าได้แล้วเราก็มุ่งทำการตลาดไปที่กลุ่มนั้นโดยไม่ต้องเสียงบฯ ไปจุดอื่นหรือใช้ให้น้อยลง

ช่วยทำให้การตัดสินใจดีขึ้น

ในภาพรวมกลยุทธ์ Data-Driven Marketing จะช่วยทำให้ทีมการตลาดของคุณตัดสินใจอย่างชาญฉลาดมากขึ้น โดยนักการตลาดส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า การตัดสินใจทำแคมเปญใดแคมเปญหนึ่งบนสัญชาติญาณหรือความรู้สึกมีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้สูง ดังนั้น การวิเคราะห์ผ่านข้อมูล data จึงช่วยให้นักการตลาดสามารถเลือกวิธีที่จะลงมือทำมากกว่าเชื่อไปตามทฤษฎี อย่างไรก็ตาม การทำ Data-Driven Marketing ก็มิได้ลดทอนการพิจารณาทางด้านอารมณ์ลง ก็ยังสามารถนำมู้ดโทนมาร่วมใช้ในการพิจารณาด้วย เพื่อนำไปสู่การสร้างสิ่งที่ดีให้กับผู้บริโภค ดังนั้น ทีมการตลาดต้องประเมินข้อมูลภายในกรอบที่พิจารณาการตัดสินใจที่มีเหตุผลและอารมณ์เพื่อให้แน่ใจว่า มีความสมดุลอย่างเหมาะสมในแคมเปญ

9 ขั้นตอนง่ายใช้กลยุทธ์ Data-Driven Marketing อย่างไรให้สำเร็จ

หลักการสำคัญที่ไม่ยากสำหรับการทำ Data-Driven Marketing และสามารถเริ่มลงมือได้เลย มีอะไรบ้างตามมาดูกัน

  1. กำหนดเป้าหมายที่คุณต้องการเข้าถึงด้วย data-driven ให้ชัดเจน ซึ่งมีหลายคนแนะนําให้ใช้วิธี S.M.A.R.T. ซึ่งจะทำให้คุณไปถึงเป้าหมายได้
    • Specific – เพิ่มความเฉพาะเจาะจง เช่น แทนที่จะระบุว่า “เพิ่มรายได้” อาจจะปรับเป็น “เพิ่มรายได้ขึ้นอีก 12%”
    • Measurable – หมั่นวัดผล เพื่อประเมินความสำเร็จ สิ่งไหนควรลดหรือเพิ่มต้องปรับเปลี่ยนเลย
    • Achievable – ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้
    • Relevant – เป้าหมายต้องเป็นประโยชน์ต่อบริษัทไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
    • Timely – กำหนดเวลาในการบรรลุเป้าหมายในทุกๆ เป้า
  2. ตัดสินใจว่าเป้าหมาของคุณเป็นประเภทใดที่คุณต้องการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะหมายถึง การดึงดูดลูกค้าใหม่ การทำผลกำไร การสร้างรายได้ การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า หรือการรวมกันของหลายๆ สิ่งก็ได้
  3. สร้างทีมที่ดี ทีมที่มีทักษะที่จำเป็นการในวิเคราะห์ข้อมูลที่คุณรวบรวมมาได้ หรืออาจจะเป็นการรวมตัวคนจากหลายแผนกที่มีทักษะที่หลากหลายด้าน เช่น พนักงานฝ่ายขาย พนักงานไอที พนักงานจากการตลาด หรือลูกค้าสัมพันธ์ ฯลฯ เพื่อทำให้เกิดการรวมกันของทีมที่เก่งในหลายๆ ด้าน
  4. กำหนดบุคคลิก (Persona) ของกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มคนที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเป้าหมาย
  5. กำหนดว่า data แบบไหนที่คุณต้องการ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแคมเปญด้วย เช่น ต้องการรู้ว่าเวลาที่ผู้ใช้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณมากที่สุดคือเวลาใด และใช้เวลาในเว็บมากน้อยแค่ไหน ปฏิสัมพันธ์ต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย เป็นต้น
  6. รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่มี ไม่ว่าจะเป็นแบบเรียลไทม์ หรือผ่านเธิร์ดปาร์ตี้ หรือมาจากแหล่งอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่สำคัญทั้งนั้น
  7. เลือกใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย เพราะข้อมูลมีจำนวนมหาศาลการใช้มนุษย์ในการทำงานเพียงอย่างเดียวจะเกินกำลัง การใช้เทคโนโลยีที่มีระบบออโต้จะช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลเร็วขึ้นและแม่นยำมากขึ้น
  8. เมื่อได้ข้อมูลที่จำเป็นแล้ว คุณก็เลือกช่องทางในการที่จะสร้างแคมเปญการตลาดของคุณขึ้นมา ซึ่งมีหลายรูปแบบมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อีเมล์มาร์เก็ตติ้ง โซเชียลมาร์เก็ตติ้ง หรืออินฟลูเอ็นเซอร์ ฯลฯ
  9. และเมื่อตัดสินใจได้ว่าจะใช้กลยุทธ์ใดผ่านข้อมูลที่เราวิเคราะห์ได้มานั้น ก็เก็บรวบรวมข้อมูลจากแคมเปญนั้นมาเพื่อคำนวณ ROI จากนั้นนำสิ่งที่คุณเรียนรู้ได้ไปปรับปรุงในแคมเปญอื่นๆ ต่อไป

ต่อจากนี้ไปเมื่อวางกลยุทธ์การตลาดคุณจะมั่นใจมากขึ้นจากการทำ Data Driven Marketing ซึ่งจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและบรรลุเป้าหมายในที่สุด.

SHARES
×

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save