ทวิตเตอร์

ส่อง 6 กระแสมาแรงบนทวิตเตอร์ที่แบรนด์ใช้ตีเหนือคู่แข่งได้

Digimusketeers
19 November 2021

‘ทวิตเตอร์’ เป็นโซเชียลมีเดียช่องทางหนึ่งที่เหมาะกับการใช้พูดคุยแบบเรียลไทม์ ช่วงไหนมีประเด็นแรงฮิตติดลมบน เชื่อว่าทุกคนต้องเข้ามาส่องในทวิตเตอร์เป็นอันดับแรก เพราะนี่เป็นช่องทางที่อัปเดตไวที่สุด มีผลสำรวจว่าในหนึ่งวันมีการส่งทวีตถึง 500 ล้านข้อความบนทวิตเตอร์ อาจเป็นเพราะในทวิตเตอร์สามารถเสพข่าวสารได้ง่าย ๆ แค่เสิชผ่านแฮชแท็ก หรือคำสั้น ๆ ไม่เวิ่นเว้อ และผู้ใช้งานยังสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนั้นได้อย่างอิสระ ทำให้เกิดแฮชแท็ก #WhatsHappening และ Cultural moments แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นข่าวบันเทิง ดราม่า เรียน กีฬา รวมไปถึงเรื่องการเมือง เรียกว่า ทวิตเตอร์คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้นั่นเอง สะท้อนให้เห็นถึงสังคมและวัฒนธรรมที่คนประเทศนั้นให้ความสำคัญ  

Thailand Twitter Trend Report 2021

ทวิตเตอร์

ทวิตเตอร์ได้วิเคราะห์ทวีตแบบเจาะลึกลงไปในบทสนาของคนไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2018 – มิ.ย. 2021 โดยทำเป็นรายงานการศึกษาข้อมูลเชิงลึกที่ชื่อว่า “Thailand Twitter Trend Report 2021” เพื่อดูว่ากลุ่มคนที่เล่นทวิตเตอร์คือใคร มีพฤติกรรมแบบไหน สนใจในเรื่องไหน เทรนด์ที่กำลังมาแรงในตอนนั้นคืออะไร และจากการศึกษาในช่วงเวลานั้นก็พบว่ามี 6 ประเด็นใหญ่ ๆ ที่ชาวทวิตเตอร์กำลังให้ความนิยมและพูดถึงกันมากที่สุด ซึ่งอาจเป็นจุดสำคัญในการกำหนดทิศทาง เทรนด์ หรือแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคในอนาคตได้ ประกอบไปด้วย Wellbeing, Creator Culture, Everyday Wonder, One Planet, Tech Life และ My Identity ประเด็นเหล่านี้จะเป็นข้อมูลที่แสนล้ำค่าของบรรดานักการตลาดและแบรนด์ที่จะนำมาใช้สร้างเอนเกจเมนต์และความเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

มาร์ติน ยูเรน หัวหน้าแผนกวิจัย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและระดับโลกของทวิตเตอร์ เผยว่า การจัดทำรายงานการศึกษานี้เพื่อให้แบรนด์ได้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้นว่าสิ่งที่พวกเขากำลังให้ความสนใจคืออะไร มีแพสชันกับอะไร หรือสิ่งไหนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของพวกเขา ถ้าแบรนด์สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในประเด็นสำคัญเหล่านั้นได้ก็จะส่งผลดีต่อแบรนด์และอยู่เหนือคู่แข่งได้ในที่สุด ไปดูกันว่าทั้ง 6 ประเด็นที่เราได้บอกไปนั้นหมายถึงอะไรกันบ้าง

6 ประเด็นสำคัญบนทวิตเตอร์ที่กำลังมาแรง

 

เทรนด์ทวิตเตอร์

1. Wellbeing จงมีชีวิตที่ดีขึ้น

จากผลสำรวจพบว่าชาวทวิตเตอร์มีการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็น Wellbeing หรือการมีชีวิตที่ดีเพิ่มขึ้น 16% ซึ่งบ่งบอกว่าพวกเขาจะไม่ใช้ชีวิตเอื่อย ๆ ปล่อยให้ผ่านไปแต่ละวันแบบว่างเปล่าอีกต่อไปแล้ว คนไทยเริ่มให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพทั้งกายและใจมากขึ้น โดยเฉพาะการมีสุขภาพจิตที่ดี ชาวทวิตเตอร์สนใจและได้มีการพูดคุยอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น นอกจากนี้ชาวไทยยังเปลี่ยนจากการพูดคุยเรื่องการอดอาหาร ลดน้ำหนักและการออกกำลังกายมาพูดคุยในหัวข้อที่เกี่ยวกับสุขภาพองค์รวม การมองร่างกายของตัวเองในเชิงบวกและการค้นหาตัวเอง ดูดีในแบบของตัวเอง ซึ่งในขณะเดียวกันก็ยังเป็นที่ปรึกษาและให้กำลังใจคนอื่นไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย

นักการตลาดและแบรนด์สามารถใช้ประเด็น Wellbeing เชื่อมโยงแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายได้ด้วยการแสดงให้เห็นถึงมุมมองที่แบรนด์มีต่อเรื่องนี้อย่างไร แบ่งปันเรื่องราวอย่างเปิดเผยว่าแบรนด์ใส่ใจในเรื่อง Wellbeing พนักงานในองค์กรหรือกลุ่มเป้าหมาย ส่วนแฮชแท็กที่ได้รับความนิยมที่แบรนด์สามารถใช้เพื่อเข้าไปร่วมในกลุ่มสนทนาได้คือ #ความเครียด, #mentalhealth, #สุขภาพ, #ออกกำลังกาย และ #healthy

2. Creator Culture วัฒนธรรมของนักสรรค์สร้าง

หลังจากที่มีครีเอเตอร์ผุดขึ้นมามากมาย วัฒนธรรมของครีเอทเตอร์ก็เริ่มเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ บนทวิตเตอร์ประเทศไทย เป็นยุคของนักสรรค์สร้างไฟแรงกล้าและคนที่มีแรงขับเคลื่อนตามความต้องการของตัวเอง จึงมีการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็น Creator Culture เพิ่มมากขึ้นถึง 26% ซึ่งเกมเมอร์เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ทำให้ทวิตเตอร์กลายเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมในเรื่องของการพูดคุย แชร์รีวิวเกี่ยวกับเรื่องเกม อุปกรณ์เครื่องเล่นเกมต่าง ๆ ที่ใช้ในการสตรีมเกมและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้เหล่าสตรีมเมอร์ยังมีอิทธิพลในกลุ่มเกมเมอร์ไทยบนทวิตเตอร์อีกด้วย เช่น โปรโมตเกมใหม่ หรือการสร้างรายได้จากการสตรีมเกม

ช่วงล็อกดาวน์ทำให้คนต้องใช้อยู่เวลาอยู่บ้านเยอะขึ้น ยิ่งอยู่นานหลายคนเริ่มเบื่อและหากิจกรรมทำแก้เบื่อ ไม่ว่าจะเป็นนักเต้น เชฟ ขายของออนไลน์หรือสตรีมเมอร์ ส่งผลให้มีการพูดคุยเกี่ยวกับครีเอเตอร์อาชีพต่าง ๆ เพิ่มขึ้นถึง 48% รวมถึงค้นพบว่ามีกลุ่มเป้าหมายในผลิตภัณฑ์และบริการของพวกเขาอยู่บนทวิตเตอร์ ร่วมกับช่วงโควิด-19 ทำให้ทุกคนต้องแยกตัวออกจากสังคม ผู้คนจึงหันมาใช้ทวิตเตอร์เพื่อเชื่อมต่อกันบนโลกออนไลน์ และพูดคุยเพื่อสร้างความบันเทิงมากขึ้น เหล่าดารา ศิลปินก็เริ่มหันมาไลฟ์สดเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของตัวเองกันมากขึ้น เพื่อลดช่องว่างระหว่างพวกเขาและบรรดาแฟนคลับ แนวทางในการทำคอนเทนต์ก็เริ่มการปรับเปลี่ยน เพราะผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับการเปิดกว้างในการทำงานร่วมกันในฐานะของผู้สร้างสรรค์ผลงาน

แบรนด์ควรให้การสนับสนุนและให้คุณค่าในความคิดสร้างสรรค์ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ มอบโอกาส หรือช่วยโปรโมตผลงานของบรรดาครีเอเตอร์ โดยเข้าไปมีส่วนร่วมกับพวกเขา และมองว่าเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานท่ีมีฝีมือ ไม่ใช่แค่อินฟลูเอนเซอร์ แฮชแท็กที่ได้รับความนิยมและแบรนด์สามารถเข้าไปร่วมวงสนทนาได้คือ #โบ๊ะบ๊ะแฟมิลี, #gameboys, #ร้านกาแฟ, #คาเฟ่ และ #แอปฯ แต่งรูป

3. Everyday Wonder ให้ทุกวันเป็นวันที่ดี

ในทวิตเตอร์มีการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็น Everyday Wonder หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวันเพิ่มขึ้น 45% อาจเป็นเพราะคนไทยอยากหนีจากความเครียดในชีวิตประจำวัน และเข้าไปโลกที่ตัวเองวาดฝัน จึงมีการพูดคุยในประเด็นที่เกี่ยวกับโลกแห่งจินตนาการเพิ่มขึ้น คนไทยกำลังแสดงออกถึงแพสชันบนโลกรอบตัว หรือไกลกว่านั้น โดยหาวิธีที่จะรับมือกับสถานการณ์ในปัจจุบันและยังมีความหวัง รวมถึงมีมุมมองแง่บวกเกี่ยวกับอนาคต นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยเกี่ยวกับซีรีส์วายเพิ่มขึ้นสูงถึง 381% ในขณะที่การพูดคุยถึงเรื่องอนิเมะก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

มีการพูดคุยในหัวข้อการทำนาย ข้อความให้กำลังใจ หรือด้านจิตวิญญาณในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น 10% ทวีตเกี่ยวกับการดูดวงออนไลน์เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับหัวข้อที่เกี่ยวกับแรงบันดาลใจและการมองโลกในแง่บวก สิ่งเหล่านี้ช่วยให้คนไทยปรับตัวได้กับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก

แบรนด์สามารถเอาประเด็นนี้มาใช้ในช่วงที่สถานการณ์โลกตอนนี้ที่ทำให้ทุกคนเหมือนตกอยู่ในความตึงเครียด ด้วยการสร้างความสุขให้ผู้บริโภคได้หลีกหนีจากโลกความจริง มอบความสุขในชีวิตประจำวันให้พวกเขาได้ เช่น การช่วยบรรเทาให้รู้สึกผ่อนคลายด้วยทวีตฮา ๆ ความสนุก และความหวัง ส่วนแฮชแท็กที่แบรนด์สามารถเข้าไปร่วมแจมในบทสนทนา ได้แก่ #การ์ตูน, #anime, #cosplay, #ดูดวง และ #ดวงรายวัน

4. One Planet ไฝ่หาโลกที่ยั่งยืน

ในทวิตเตอร์คนไทยเริ่มสนใจและหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องภาวะโลกร้อน หรือความปลอดภัยของสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรมากขึ้น One Planet เป็นเทรนด์บทสนทนาที่มีการเติบโตรวดเร็วมากที่สุดบนทวิตเตอร์ประเทศไทย สูงถึง 191% ซึ่งสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนกลายเป็นกระแสหลักที่พวกเขาให้ความสนใจ โดยมีการพูดคุยเกี่ยวกับภาวะฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นถึง 200% เป็นทวีตเกี่ยวกับขยะ คุณภาพอากาศที่เลวร้ายและการขนส่ง ซึ่งกลายเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต่างพูดถึง เพราะคนไทยเริ่มหันมาใช้ชีวิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับเรื่องของเทคโนโลยีสีเขียว ด้วยผลกระทบทางธรรมชาติที่ต้องเจอ ทำให้คนไทยมองหาความสมดุลและจะร่วมมือกันอย่างไรที่จะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้จริง

แบรนด์สามารถนำประเด็นนี้เป็นโอกาสในการสร้างผลิตภัณฑ์หรือคอนเซปต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืนให้แปลกใหม่อย่างสร้างสรรค์ โดยสร้างความน่าเชื่อถือ แบ่งปันความก้าวหน้าและแสดงถึงความโปร่งใสในการพัฒนาความยั่งยืน แฮชแท็กที่ได้รับความนิยมที่แบรนด์เข้าไปร่วมวงสนทนาได้คือ #earthday, #ถุงผ้า, #recycle และ #greenerychallenge

5. Tech Life ชีวิตติดดิจิทัล

หลายปีที่ผ่านมาคนไทยในมีการพูดถึงเทคโนโลยีกับการใช้ชีวิตอยู่สม่ำเสมอ พอมาถึงช่วงโควิด-19 เหมือนยิ่งเป็นการผลักดันให้คนไทยตามให้ทันเทคโนโลยียิ่งขึ้น มีบทสนทนาเกี่ยวกับชีวิตด้านเทคโนโลยีบนทวิตเตอร์ของประเทศไทยเพิ่มขึ้น 31% โดยสามารถแบ่งได้เป็น 3 เทรนด์คือ ชีวิตแบบดิจิทัลของฉัน ใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาดด้วยเทคโนโลโยี และการใช้เทคโนโลยีสร้างสิ่งดี ๆ 

ด้วยข้อจำกัดในเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวและการทำงานอยู่บ้าน วัฒนธรรมของการทำงานที่บ้าน WorkFromHome และความต้องการที่จะมีชีวิตการทำงานที่สมดุล Work Life Balance จึงมีบทสนทนาเกี่ยวกับเรื่อง การเชื่อมต่อกันตลอดเวลา รวมถึงเริ่มมีการพูดคุยในเรื่องบ้านอัจฉริยะ เพราะผู้คนเริ่มมองหาความสะดวกสบายจากเทคโนโลยี นอกจากนี้คนไทยยังมีการทวีตถึงการหาตัวช่วยด้านความบันเทิงในบ้านและแชร์ประสบการณ์การใช้งานอีกด้วย

การพูดคุยเกี่ยวกับใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสิ่งดี ๆ รวมถึงหัวข้อบทสนทนาต่าง ๆ ที่บริษัทเทคจะสามารถใช้สถานภาพตัวเองสร้างสังคมให้ดีกว่าเดิมได้อย่างไร เพิ่มสูงขึ้นถึง 366% รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีความรับผิดชอบและความต้องการที่จะมีเวลาว่างหยุดพักจากการใช้เครื่องมือดิจิทัลบ้าง 

ส่วนการช้อปปิ้งของคนไทยนั้นเรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แอปพลิเคชันต่าง ๆ เริ่มมีการขยายตัวเพื่อให้คลอบคลุมการใช้งานมากขึ้น เช่น แอปฯ เดลิเวอรี สู่ แอปฯ ร้านค้าต่าง ๆ  หรือแอปฯ ร้านค้า สู่ แอป ฯ บริการจองที่พัก ซึ่งผู้ที่ให้บริการอีคอมเมิร์ซต่างได้รับการตอบรับที่ดีจากการมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น

แม้ว่าแบรนด์จะพยายามพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เหนือกว่าคู่แข่ง แต่ก็อย่าลืมโฟกัสในสิ่งที่แบรนด์ทำได้ดีและให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด สร้างความประหลาดใจและมอบความสุขให้กับลูกค้าได้เสมอ พร้อมกับปรับปรุงประสิทธิภาพและมอบประสบการณ์ที่ดีด้วยการใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน สามารถเข้าไปร่วมพูดคุยได้ในแฮชแท็กที่กำลังเป็นที่นิยมอย่าง #ai, #ลำโพงบลูทูธ, #หูฟังไร้สาย และ #เรียนออนไลน์ ได้

6. My Identity จงมั่นใจและเป็นตัวเอง

การพูดคุยเกี่ยวกับ My Identity หรืออัตลักษณ์ของตนเอง เติบโตขึ้น 72% เชื่อมโยงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2020 และปี 2021 ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าคนไทยมีความมั่นใจมากขึ้นและสามารถแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง มีการพูดคุยถึงเรื่องพลังของแฟนคลับเพิ่มขึ้น 21% จากการสนับสนุนไอดอลของคนไทยที่เป็นกันอยู่แล้ว และยังมีการพูดคุยเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางสังคม เช่น การพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม สิทธิมนุษยชน สิทธิต่าง ๆ ของกลุ่ม LGBTQIA และอีกมากมายที่มีแรงขับมาจากกลุ่มไพรด์ชาวไทย นอกจากนี้ก็ยังมีประเด็นเกี่ยวกับตัวเองและประเทศของฉัน เพิ่มขึ้นถึง 260% เนื่องจากคนไทยเข้าร่วมบทสนทนานี้ด้วยความหวังที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้กับสังคมได้

การพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องอนาคตที่ดีขึ้นเพื่อตัวเองและทุกคนเพิ่มขึ้น 40% เพราะพวกเขาเริ่มรู้ว่าการกระทำในวันนี้จะส่งผลต่อทุกชีวิตในอนาคต และยังปรารถนาที่จะมีความเท่าเทียมกันสำหรับทุกคน

แบรนด์สามารถเข้าไปเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมร่วมกับกลุ่มเป้าหมายได้ โดยพิจารณาถึงพื้นฐานว่าพวกเขาชอบทำอะไร อยากเห็นอะไร มากกว่าการไปค้นหาว่าพวกเขาอาศัยอยู่ที่ไหน อายุเท่าไหร่ ทำอาชีพอะไร แบรนด์เข้าไปร่วมพูดคุยร่วมวงสนทนากับกลุ่มเป้าหมายโดยใช้แฮชแท็กเหล่านี้ได้ เช่น #เป็กผลิตโชค, #bbrighttvc, #lisa, #LGBTQ และ #MissUniverse

 

ทวิตเตอร์เป็นช่องทางที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค มีการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทั้ง 6 ประเด็นนี้จะช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภคผ่านหัวข้อการสนทนาในเรื่องที่พวกเข้าสนใจได้

SHARES
×

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save