เจาะลึก Lazy Economy พร้อมกลยุทธ์มัดใจมนุษย์ขี้เกียจ

Digimusketeers
13 January 2022

บางคนถือคติประจำใจว่า “ชอบใช้เงินแก้ปัญหา” นี่อาจเป็นแพชชั่นของมนุษย์ ที่ไม่อยากทำอะไร โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีถูกสร้างมาเพื่ออำนวยความสะดวกและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต 

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ CMMU ได้จัดทำรายงานเกี่ยวกับ “ตลาดคนขี้เกียจ” หรือ “Lazy consumer” กำลังเป็นที่จับตามองและเป็นโอกาสในการทำธุรกิจใหม่ ทำให้ผู้บริโคหลายคนยินดีที่จะจ่ายเพื่อแลกกับสินค้าหรือบริการที่สามารถเข้ามาตอบโจทย์ความขี้เกียจของพวกเขา เพื่อให้ตัวเองได้รับความสะดวกสบายมากที่สุดนั่นเอง

“ความขี้เกียจ” สร้างโอกาสให้ธุรกิจใหม่

ปัจจุบันผู้คนจำนวนมากหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะในเรื่องของการประหยัดแรงงานและเวลา จนมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่สังคมของความเคยชิน หรือที่เรียกว่า “ความขี้เกียจ” และ “เศรษฐกิจขี้เกียจ” (Lazy Economy) 

Lazy Economy เป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก และสร้าง Demand ที่ขับเคลื่อนโดนความต้องการของคนยุคดิจิทัล ที่ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ลดภาระการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวันให้สะดวกสบาย และรวดเร็วขึ้น ดังนั้น ธุรกิจต้องปรับตัว และวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ทั้งมิติของ Pain Point หรือปัญหาของผู้บริโภค และ Consumer Insights ซึ่งขณะนี้เริ่มมีทั้งบริษัทขนาดใหญ่ และกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยที่เน้นทำการตลาดไปที่กลุ่มเป้าหมายนี้

คนไทยขี้เกียจเรื่องอะไรมากที่สุด?

การวิเคราะห์พฤติกรรมความขี้เกียจเพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจหรือบริการในประเทศไทยนั้น ทางวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดลได้ทำการวิจัยกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,200 คน ใน 4 กลุ่มอายุ แบ่งเป็น Gen Z, Gen Y, Gen X และ Baby Boomers พบว่า 10 อันดับกิจกรรมที่ในไทยขี้เกียจมากที่สุด ได้แก่

 

เมื่อแบ่งตาม Demographic จะเห็นว่าผู้ชายขี้เกียจที่สุดเรื่องการรอคิวซื้อของ (80%) ส่วนผู้หญิงขี้เกียจเรื่องออกกำลังกาย (87%)

คุณเป็น “มนุษย์ขี้เกียจ” ใช่หรือไม่?

  • มนุษย์อยากดูดี แต่ไม่มีแรง

เชื่อว่าใครๆ ก็อยากดูดี สุขภาพแข็งแรง แต่ปัญหาเดียวคือ ขี้เกียจออกกำลังกาย ซึ่งคนกลุ่มนี้มีจำนวนมากถึง 84% โดยสาเหตุแรกที่ขี้เกียจออกกำลังกายก็คือ ไม่มีแรงจูงใจ ไม่มีเวลา และรู้สึกเหนื่อย แค่ทำงานมาแต่ละวันก็ถูกดูดพลังไปมากแล้ว การจะออกกำลังกายคงเป็นไปได้ยาก หรือแม้จะกระตุ้นตัวเองด้วยการดาวน์โหลดแอปฯ ออกกำลังกายมาแล้ว 68% บอกว่าไม่เคยใช้งานเลย 

  • มนุษย์ชอบช้อป แต่ไม่ชอบรอ

คติของมนุษย์ขี้เกียจคือ ชอบใช้เงินแก้ปัญหา อยากได้อะไรให้ซื้อ ทว่า สิ่งที่เป็นปัญหาคือ ขี้เกียจรอคิวซื้อของ เพราะรอนานๆ ก็อาจจะบั่นทอนหัวใจ เสียเวลาและยังทำให้เหนื่อยอีก นี่จึงทำให้เกิดธุรกิจ “รับจ้างต่อคิว” นั่นเอง

  • มนุษย์บ้านรก สกปรกค่อยทำ

อย่างที่บอกไปในข้อแรกว่า แค่ทำงานก็เหนื่อยแล้ว จะให้เก็บกวาดบ้านอีกก็คงไม่ไหว ผลสำรวจบอกว่าเหตุผลที่ทำให้เราขี้เกียจเก็บบ้านคือ ความเหนื่อย ไม่มีเวลา และเบื่อที่ต้องทำทุกวัน ทางออกของปัญหาข้อนี้ก็ไม่ยาก แค่จ้างแม่บ้านก็พอ

  • มนุษย์ไม่ชอบอ่าน แค่ผ่านๆ ก็พอ

ว่ากันว่าคนส่วนใหญ่ชอบฟัง ชอบดู มากกว่าชอบอ่าน โดย 54% บอกว่า ขาดแรงจูงใจ อ่านไรที ง่วงทุกที และ 33% บอกว่า ไม่มีเวลา เพราะการอ่านต้องใช้เวลาเยอะ 

  • มนุษย์ชอบกิน แต่ไม่อินทำอาหาร

มีความเป็นไปได้ว่า ในโลกโซเชียลมนุษย์ขี้เกียจจะชอบตระเวนกินอาหารอร่อยๆ และอัปโหลดภาพในโซเชียล แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ทำเอง ส่วนใหญ่บอกว่าทำไม่เป็น เสียเวลา และเมื่อซื้อวัตถุดิบมาแล้ว เกิดเหลือขึ้นมาก็เสียดายของ การซื้อหรือสั่งมาจึงง่ายกว่า

5 ธุรกิจมาแรง ตอบโจทย์ความขี้เกียจ 

จากการวิจัยยังพบว่า 5 ธุรกิจและบริการที่กำลังมาแรงที่สุดในไทย และคาดว่าในอนาคตจะสามารถครองใจตลาดคนขี้เกียจได้ดี คือ 

  1. ธุรกิจที่ทำแทนได้ อาทิ ทำบริการความสะอาดบ้าน บริหารสั่งอาหาร บริการซื้อของแทน  
  2. ธุรกิจที่ไม่ต้องขยับ ไม่ต้องจับ ไม่ต้องถือ อาทิ สินค้าประเภท Automation หุ่นยนต์ทำความสะอาด และ Hand Free เช่น ที่ตั้งมือถือขณะอยู่บนเตียง หรืออุปกรณ์สมาร์ทโฮมที่สั่งการด้วยเสียง
  3. ธุรกิจที่พร้อมใช้ Ready to… เช่น อาหารพร้อมปรุง พร้อมกิน พร้อมใช้ 
  4. ธุรกิจที่เกี่ยวกับ Community เช่น แคมเปญต่างๆ ที่เกิดขึ้นในออนไลน์ #ปีนี้เราจะหุ่นดีไปด้วยกัน ตอบโจทย์คนที่อยากดูดี แต่ไม่มีแรง
  5. ธุรกิจที่เน้นการฟัง เช่น Podcast Content, Short Content และ VDO content

กลยุทธ์  “SLOTH” กลยุทธ์มัดใจมนุษย์ขี้เกียจ

เคล็ดลับการทำการตลาดในยุคที่คนขี้เกียจครองเมืองนั้น เจ้าของสินค้าและบริการจะต้องมีการใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า “SLOTH” เพื่อครองใจผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าว โดยกลยุทธ์ “SLOTH” ประกอบด้วย

Speed คือ ต้อง รวดเร็ว ไม่ต้องรอ และต้องไม่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกเสียเวลา 

Lean คือ การลดขั้นตอนให้มากที่สุด ท่องจำให้ขึ้นใจว่า “ลด ลัด ตัด ย่อ” 

Enjoy ต้องทำให้ผู้บริโภครู้สึกสนุก และเกิดแรงจูงใจในการใช้สินค้าและบริการ 

Convenient สินค้าหรือบริการต้องมีความสะดวก ช่วยให้ชีวิตนั้นง่ายมากขึ้น

Happy ความสุขกาย สุขใจ และแก้ปัญหาได้ถูกจุด 

อย่างไรก็ตามธุรกิจและบริการเหล่านี้ในอนาคตคาดว่าจะได้รับความนิยมและตอบสนองความต้องการตลาดกลุ่มคนขี้เกียจได้เป็นอย่างดี ดังนั้น หากสตาร์ทอัพที่กำลังมองหาแนวทางทำธุรกิจอาจจะหันมาศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมตลาดคนขี้เกียจและนำไปต่อยอดได้ในอนาคต 

ข้อมูลจาก วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ CMMU

SHARES
×

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ของเรา

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับ
Manage Consent Preferences บันทึก