กลยุทธ์ทัชใจ LGBTQ+ Pride Month

มัดรวมกลยุทธ์ทัชใจชาว LGBTQ+ ในช่วง Pride Month

Digimusketeers
16 June 2022

ตั้งแต่ปี 2021 หลายคนคงจะเห็นแบรนด์มีสินค้า บริการ หรือจัดแคมเปญที่สนับสนุน LGBTQ+ มากขึ้นเรื่อย ๆ และมันสร้างผลตอบรับที่ดีกลับมาให้แบรนด์ จนมาถึงปี 2022 หลายแบรนด์ก็เริ่มหันมาสนใจเรื่องการวางกลยุทธ์ที่จะมัดใจชาว LGBTQ+ มากขึ้นด้วย เพราะจากผลตอบรับที่ได้นอกจากได้ขยายกลุ่มลูกค้าแล้ว พวกเขายังเป็นกลุ่มที่ให้การสนับสนุนแบรนด์และภักดีด้วยหลังจากที่รู้ว่าแบรนด์จัดแคมเปญหรือมีสินค้าที่แสดงตัวว่าสนับสนุนเรื่องความหลากหลายทางเพศ นอกจากนี้มีข้อมูลปี 2019 ของนิตยสารฟอร์บส์บอกว่า กลุ่ม LGBTQ+ นั้นมีกำลังซื้อมากถึง 3.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่สูงมาก ๆ ก่อนอื่นไปดูความหมายของแต่ละตัวอักษรกันว่าหมายถึงแบบไหนบ้าง

 

ความหมายของ LGBTQ(IA+)

ความหมายของ LGBTQIA+

ปกติเราคงเคยได้ยินแค่ LGBT, LGBTQ+ แต่ยุคนี้มี LGBTQIA+ แล้วนะ ไปดูกันว่าแต่ละตัวมีความหมายอย่างไร

L – เลสเบี้ยน ผู้หญิงที่สนใจเพศเดียวกัน

G – เกย์ ผู้ชายที่สนใจในเพศเดียวกัน

B – ไบเซ็กซวล กลุ่มที่ชอบได้ทั้ง 2 เพศ ทั้งหญิงและชาย

T – ทรานส์เจนเดอร์ หรือคนข้ามเพศ มีการผ่าตัดแปลงเพศมาแล้ว

Q – เควียร์ กลุ่มคนที่ไม่ชอบหรือสนใจคนต่างเพศ

I – อินเตอร์เซ็กซ์ หรือภาวะเพศกำกวม กลุ่มที่มีทั้งโครโมโซม อวัยวะเพศของทั้งเพศชายและหญิง

A – เป็นตัวย่อของ 3 คำ 1.อะเซ็กชวล กลุ่มคนที่ไม่รู้สึกดึงดูดทางเพศกับผู้อื่น 2.อะโรแมนติก กลุ่มคนที่ไม่ดึงดูดความโรแมนติกกับคนอื่น และ 3.อะเจนเดอร์ กลุ่มคนที่ไม่ต้องการระบุเพศของตัวเอง

5 กลยุทธ์ทัชใจ LGBTQ+

5 กลยุทธ์ทัชใจ LGBTQ

กลยุทธ์ที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้สามารถใช้ได้กับกลุ่มเป้าหมายหลายแบบ แต่เราจะขอเอามาพูดในมุมมองที่สื่อไปถึงชาว LGBTQ+ เป็นหลักนะ ไปดูกันเลย

ให้ความสำคัญกับพนักงาน LGBTQ+ ในองค์กร

นี่เป็นสิ่งสำคัญที่แบรนด์มักมองข้ามไป แบรนด์ส่วนใหญ่ทำการตลาดผ่านการจัดแคมเปญ หรือออกสินค้ามาเพื่อชาว LGBTQ+ มากมาย แต่กลับลืมให้ความสำคัญกับกลุ่มพนักงาน LGBTQ+ ในองค์กรของตัวเองไปเสียดื้อ ๆ จุดนี้ทำให้ชาว LGBTQ+ บางคนมองว่าแบรนด์ต้องการแค่เพียงยอดขายและภาพลักษณ์เท่านั้น ไม่ได้ใส่ใจหรือสนับสนุนกลุ่มคนที่เป็นชาว LGBTQ+ จริงอย่างที่สื่อสารออกไป

ดังนั้นอย่าลืมสนใจในจุดนี้ด้วย อาจจะเป็นการเพิ่มสวัสดิการ หรือสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ให้พวกเขาได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ถูกมองข้ามหรือมองด้วยสายตาแปลก ๆ เหมือนในอดีต

ไม่แบ่งแยกและมอง LGBTQ+ เป็นเรื่องปกติ

การที่แบรนด์ออกมาสนับสนุนหรือให้ความสำคัญกับชาว LGBTQ+ นั้นไม่ได้แปลว่าต้องทำให้พวกเขาดูพิเศษจนเกินไป เพราะสิ่งสำคัญที่ชาว LGBTQ+ ต้องการนั้นคือการได้รับการยอมรับ และเท่าเทียมกับเพศอื่น การถูกมองว่าเป็นคนปกติทั่วไป ไม่แบ่งแยกพวกเขา

จริงใจและต่อเนื่อง

มีหลายแบรนด์ที่จัดแคมเปญหรือออกสินค้าในช่วง Pride Month มากมายที่บอกว่าตัวเองนั้นสนับสนุน LGBTQ+ แต่พอผ่านพ้นเดือนแห่งความหลากหลายทางเพศไปกลับเงียบกริบ พวกเขามองออกนะว่าคุณไม่ได้สนับสนุนจริง ๆ ทำเพื่อเพิ่มยอดขายเพียงเท่านั้น ดังนั้นถ้าอยากซื้อใจกลุ่มนี้ให้ได้ แบรนด์ต้องทำการสื่อสารออกมาอย่างจริงใจและต่อเนื่องให้พวกเขารู้สึกว่าคุณให้การสนับสนุนในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศจริง ๆ 

นอกจากนี้เรื่องภาษาก็สำคัญ คนส่วนใหญ่มักมองว่าชาว LGBTQ+ มีการใช้ภาษาที่ดูแรง หลายแบรนด์เลยใช้ภาษาในการสื่อสารออกไปแบบแรง ๆ ทั้งที่จริงแล้วเป็นความคิดที่ผิดมาก ๆ การใช้ระดับภาษานั้นควรใช้ตามความเหมาะสมไม่ต่างจากผู้บริโภคกลุ่มอื่นเลย 

เข้าใจตัวตนของ LGBTQ+

ถ้าแบรนด์ลองศึกษาเพื่อเข้าใจความเป็นตัวตนของชาว LGBTQ+ รับรองว่าคุณจะสามารถเอาไปปรับใช้เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ถูกจุดขึ้นเพื่อดึงลูกค้ากลุ่มนี้ เช่น พวกเขาเป็นอย่างไร สนใจเรื่องไหน ชอบการโฆษณาแบบไหน 

ลงมือทำให้ชาว LGBTQ+ มองเห็น

เป็นปัจจัยสุดท้ายที่แบรนด์นำไปใส่ในกลยุทธ์ด้วยหลังจากที่ทำความเข้าใจจาก 4 ข้อที่เราพูดไปข้างต้นแล้ว คือการลงมือทำให้ชาว LGBTQ+ ได้มองเห็นจริงว่าคุณให้การสนับสนุนพวกเขา ผ่านการจัดแคมเปญ การออกสินค้าหรือบริการสำหรับพวกเขา การให้ความสำคัญหรือให้การสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ สำหรับชาว LGBTQ+ และต้องทำอย่างต่อเนื่องด้วยนะ

 

ยุคนี้ตลาดทั่วโลกเปิดกว้างไปมากแล้ว แบรนด์ไทยอย่างเราก็ไม่ควรล้าหลังนะ อีกอย่างตลาด LGBTQ+ ก็ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีมากเช่นกัน แถมกำลังซื้อก็มีสูงมากด้วย

SHARES
×

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ของเรา

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับ
Manage Consent Preferences บันทึก