กางแผนกลยุทธ์การตลาดที่ดีที่สุด สำหรับปี 2565

Digimusketeers
30 September 2021

เมื่อโลกต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและการดิสรัพท์อยู่บ่อยครั้ง อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาทิศทางสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม การอุบัติขึ้นของโรคระบาดโควิด -19 เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ผลักดันให้ผู้คนเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างรวดเร็วหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เราเห็นแล้วว่าโลกการตลาดในอนาคตนั้นกำลังหันหัวเข้าสู่ Digital Marketing อย่างเต็มตัว ดังนั้น ธุรกิจและแบรนด์ต้องเปลี่ยนแปลงตาม และเร่งเร้าให้นักการตลาดและเอเจนซี่ต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ไวทันกระแส พร้อมที่จะก้าวไปยืนอยู่ข้างหน้าก่อนเสมอด้วย
ฉะนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา นักการตลาดและเอเจนซี่จึงต้องควรศึกษากลยุทธ์การตลาดและเทรนด์ในอนาคตให้ดี เพื่อทำให้การทำแคมเปญของคุณประสบความสำเร็จ ทำให้ปี 2565 เป็นปีที่ปัง ไม่ใช่ปีที่พัง!! ส่วนจะมีกลยุทธ์อะไรบ้างนั้นมาติดตามกัน

กลยุทธ์บน Social Media ยังร้อนแรงและสร้าง Engagement ที่ดี

กลยุทธ์การตลาดที่ใช้กับโซเชียลมีเดียยังคงสำคัญต่อไปทั้งในปีนี้และในอนาคต ดังนั้น คุณสามารถเตรียมจัดสรรงบฯ การตลาดในส่วนนี้ให้มากเพียงพอได้เลย ตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายนี้ไปจนถึงต้นไตรมาสแรกของปี 2565 เพราะว่ามันสามารถสร้างโอกาสให้คุณในการหาลูกค้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเก่าได้ต่อไป

อย่างที่กล่าวว่า ด้วยการระบาดของโรคโควิดซึ่งมีมากว่า 2 ปีแล้วดังนั้น ผู้บริโภคจึงคุ้นเคยกับการใช้เวลาบนออนไลน์ โซเชียลมีเดียจึงเข้ามาเป็นคำตอบให้เราสามารถเข้าถึงผู้คนจำนวนมากได้ อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การใช้โซเชียลมีเดีย ก็เต็มไปด้วยความคาดหวังใหม่ๆ ของผู้บริโภค ดังนั้น ความคิดสร้างสรรค์ในการทำแคมเปญและคอนเทนต์บนช่องทางโซเชียลมีเดีย จึงต้องครีเอทออกมาให้ดึงดูดใจลูกค้าและผู้บริโภคเป็นสำคัญ

กลยุทธ์ผ่าน Micro Influencers ได้รับความนิยมมากขึ้น

ยังคงเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ติดลมบนอยู่ นั่นคือกลยุทธ์การใช้ Influencer Marketing แต่พบว่าเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตคือ แนวโน้มของการใช้ Influencer ซึ่งจะเบนเข็มมาใช้ Micro Influencers มากขึ้น มากกว่าการใช้ Macro Influencer ซึ่งตรงจุดนี้ไม่เฉพาะแต่จะต้องเป็นได้คนดังหรือเป็นศิลปิน แต่เป็นได้แม้กระทั่งครีเอเตอร์บน Youtube และบน Facebook

กลุ่ม Micro Influencers เหล่านี้จะเป็นผู้นำเทรนด์และผู้นำทางความคิดของผู้ติดตาม ซึ่งจะสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่าเบอร์ใหญ่ในตลาด เพราะว่าคนกลุ่มนี้จะได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค ซึ่งแบรนด์ชื่นชอบในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางการตลาด ที่มีความเรียลและจริงใจ สามารถเชื่อมต่อถึงลูกค้าได้กว้างขวางและสร้างเนื้อหาที่ดึงดูดผู้บริโภคได้ง่าย ในขณะที่ใช้บัดเจ็ทไม่สูงมากแต่เห็นผลที่ชัดเจน ทำให้กลยุทธ์นี้จะเติบโตสูงมากขึ้นไปเรื่อยๆ

การเตรียมพร้อมรับมือการสิ้นสุด “cookies จากบุคคลที่สาม”

จากกระแสตื่นตัวเรื่องนโยบายความเป็นส่วนบุคคล จะนำไปสู่การสิ้นสุดของการเก็บดาต้าจากบุคคลที่สาม หรือพูดในภาษาการตลาดก็คือเป็นอวสานของ third-party cookies นั่นเอง ซึ่งเราเห็นแล้วจากการที่อุปกรณ์ของ Apple เริ่มให้ผู้ใช้งานตั้งค่า Privacy ด้วยตัวอง หรือแม้แต่การเก็บข้อมูลจาก Facebook, Google, Youtube เป็นไปได้ยากขึ้น ดังนั้น หมายความว่านักการตลาดและแบรนด์จะต้องมุ่งเน้นไปที่การสร้างความสัมพันธ์แบบตัวต่อตัวกับลูกค้าหรือผู้บริโภคด้วยตัวเอง สร้าง privacy-first data ของตัวเองขึ้นมา

จุดจบของ cookies จะเปลี่ยนวิธีการกําหนดกลุ่มเป้าหมายและการติดตามโฆษณา และอาจรวมไปถึงการ Remarketing ด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังมองว่า ยังมีโอกาสอยู่และยังสามารถสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดได้โดยไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ซึ่งจุดนี้คงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีเครื่องมือใดที่มาช่วยในการรวบรวมดาต้าจากผู้บริโภคได้ดีขึ้น

กลยุทธ์ Inbound Marketing เมื่อผู้บริโภคเป็นผู้กำหนดความต้องการ

Inbound Marketing คือการทำการตลาดที่โฟกัสภายในพื้นที่ของตนเองเป็นหลักผ่านคอนเทนต์ เพื่อให้สอดคล้องหรือตอบสนองกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า ดังนั้น เนื้อหาที่จะใช้จึงต้องดึงดูดคนที่มีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าให้เข้ามาอ่าน มาดูคอนเทนต์ โดยเนื้อหานั้นจะเป็นได้หลากหลาย ด้วยผู้บริโภคในปัจจุบันสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้นและพฤติกรรมผู้บริโภคนิยมหาข้อมูลต่างๆ ก่อนตัดสินใจนั้นทำได้ง่ายด้วยเครื่องมืออย่างเช่น Search Engine และ Social Media ซึ่งทำให้ Inbound Marketing มีความนิยมมากขึ้นตามไปด้วย ที่สำคัญการทำ Inbound Marketing นี้จะช่วยสร้างเครดิตและความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นการสื่อสารแบบ Two-way Communication ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์

ทั้งนี้ เหมาะสําหรับธุรกิจทุกขนาดหรือทุกประเภท สามารถรวมและจัดการได้อย่างง่ายดายโดยใช้ระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management – CRM) และระบบการจัดการเนื้อหา (Content Management System CMS) และมีข้อมูลน่าสนใจว่า 80% ของผู้มีอำนาจในการตัดสินใจในองค์กร ชอบที่จะนำเสนอข้อมูลของแบรนด์ผ่านบทความหรือบล็อกมากกว่าการทำโฆษณาตรงๆ ดังนั้น กลยุทธ์ Inbound Marketing ปีหน้ามาแน่

วิดีโอ คอนเทนต์ สร้างความประทับใจในตัวแบรนด์

รายงานการใช้อินเตอร์เน็ตของ Cisco ประจำปี 2561 -2566 คาดการณ์ว่า อนาคตเนื้อหาวิดีโอจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นถึง 82% ของปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งหมด ซึ่งตรงนี้เองจะกลายเป็นเมืองขุมทองของนักการตลาด นอกจากนี้ ยังมีรายงานของ Hubspot ซึ่งระบุตรงกันว่า 54% ของผู้บริโภคชอบเนื้อหาวิดีโอจากแบรนด์มากขึ้น

ดังนั้น ในปี 2565 และอนาคตข้างหน้า แบรนด์ไหนที่จะทำคอนเทนต์แบบดั้งเดิมและทำวิดีโอแต่เพียงน้อย อาจจะต้องเริ่มคิดใหม่และลงทุนกับการทำคอนเทนต์วิดีโอมากขึ้น แต่เนื้อหานอกจากจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์แล้วจะต้องตรงกับสิ่งที่ผู้บริโภคค้นหาอีกด้วย ดังนั้น ต้องมั่นใจว่าเนื้อหาวิดีโอของคุณจะต้องตอบโจทย์โดนใจและน่าจดจำพอที่จะสร้างความประทับใจให้ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ของคุณได้

Chatbots และ AI เครื่องมือตัวช่วยสำคัญในการสร้างแคมเปญ

เทรนด์การใช้เทคโนโลยีที่สำคัญอย่าง AI (Artificial intelligence) และ Chatbot ไม่พูดถึงคงไม่ได้ ทั้งนี้ AI และ Chatbot จะช่วยสร้างสรรค์กลยุทธ์ใหม่ของการสร้างเนื้อหาและแคมเปญการตลาด พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับผู้บริโภคได้ ที่สำคัญเทรนด์นี้ไม่ได้เกิดแค่ในไทย และเป็น Global Trends ที่นิยมทั่วโลก เป็นเครื่องสำคัญในอนาคตทั้งปีหน้าและปีถัดไป เพราะแบรนด์เริ่มเห็นประโยชน์ของการหยิบใช้เทคโนโลยีเหล่านี้มาเพื่อลดต้นทุนในการทำมาร์เก็ตติ้งได้ และจะเป็นทูลส์ที่สนับสนุนการสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดให้ราบรื่นและประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้นอีกด้วย

Personalizing ช่วยพัฒนาแคมเปญให้โดนใจมากยิ่งขึ้น

การสร้างสรรค์เนื้อหาคอนเทนต์เฉพาะบุคคล (Personalizing) มีความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบันและอนาคต ด้วยปริมาณของการใช้งานออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ดังนั้น การทำแคมเปญการตลาดที่ดีจึงต้องมีความเฉพาะเจาะจงและตรงใจผู้บริโภคมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การทำ Personalizing ไม่ได้หมายถึงแค่เพียงการเขียนอีเมล์โดยตรงหรือปรับแต่งข้อความเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการป้อนข้อมูลให้ AI ได้เรียนรู้จดจำ และวิเคราะห์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเพื่อการปรับเปลี่ยนในรูปแบบที่ตรงกับลูกค้าได้มากขึ้นด้วย เกิดเป็นงานคราฟต์ที่ผู้บริโภคเห็นแล้วต้องโดนใจเพราะเหมาะกับความต้องการของเขา ดังนั้น การลงทุนเพื่อซอฟแวร์ตรงนี้จึงสำคัญทั้งในตอนนี้และอนาคตข้างหน้า เพราะเป็นสิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหา หมดเวลาแล้วกับการทำแคมเปญแบบหว่านแหโดยไม่สนใจความต้องการของลูกค้า ดังนั้น จากนี้ไปการทำแคมเปญจะต้องสร้างสิ่งที่พิเศษเฉพาะตัวให้กับลูกค้าเพื่อสร้างให้เขาเกิดความรักและประทับใจแล้วอยู่กับแบรนด์ไปนานๆ

ทั้งหมดนี้คือกลยุทธ์และแนวคิดในการรันแคมเปญการตลาดที่สำคัญทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งหลายข้อควรเริ่มลงมือทำเสียตั้งแต่วันนี้เลย เพราะนักการตลาดและเอเจนซี่ที่ดีคือการเรียนรู้และปรับตัวอยู่ตลอดเวลา และลงมือทำตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ถ้าหากว่าคุณไม่อยากตกขบวนรถไฟแห่งความสำเร็จก็ต้องลุยเลย. หรือหากธุรกิจของคุณกำลังมองหาผู้ช่วยในการวางแผนกลยุทธ์การตลาด ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก DigiMusketeers ได้ทันที เราพร้อมช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจของคุณ

SHARES
×

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save