เรียนรู้ SEM Marketing และทำอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

Digimusketeers
6 October 2021

เวลาที่คุณอยากจะซื้ออะไรสักอย่าง สิ่งที่คุณทำอย่างแรกคืออะไร? คุณก็มักจะเสิร์ชค้นหาข้อมูลก่อน เพื่อศึกษาว่าของที่คุณอยากได้ ราคาเท่าไหร่ ยี่ห้อไหนดี มีคนเคยรีวิวไว้อย่างไรบ้าง นี่คือเจอร์นีย์ของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน นั่นจึงเป็นที่มาของการที่นักการตลาดต้องรู้จักการทำ SEM Marketing

แล้ว SEM Marketing คืออะไร? เรามาทำความรู้จักกัน

SEM Marketing คืออะไร?

SEM ย่อมาจาก Search Engine Marketing ซึ่งเกิดจากการผสมระหว่าง “Search Engine” ซึ่งก็คือเครื่องมือค้นหาบนอินเตอร์เน็ต และคำว่า “Marketing” คือ การตลาด ดังนั้น เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึง การทำการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเตอร์เน็ต ด้วยการสร้างคำค้นหา หรือ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการเข้ามาในหน้าเว็บไซต์ของเรา และเมื่อใดก็ตามที่มีคนเสิร์ช Keyword ที่เราตั้งไว้ในเว็บ Search engine หน้าเว็บของเราก็จะแสดงผลขึ้นมาทันที ซึ่งเป็นได้ทั้งแบบเสียเงินและไม่เสียเงิน

อย่างที่กล่าวว่า SEM เป็นได้ทั้งแบบ 2 แบบ คือแบบเสียเงินและไม่เสียเงิน ดังนี้

  1. Organic Search เป็นช่องทางการทำการตลาดผ่าน SEO (Search Engine Optimization) นับเป็นวิธียอดนิยม ผ่านการทำคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการขึ้นมา โดยแทรก Keyword ที่เราต้องการเข้าไปในบทความนั้นด้วย เพื่อให้ปรากฎบนหน้าแรกหรือติดอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาในเว็บ Search engine ต่างๆ
  2. Paid Search เป็นการทำโฆษณาเพื่อให้เว็บไซต์ของเราปรากฎหรือติดอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาบนหน้าเว็บ Search engine ต่างๆ และเมื่อลูกค้าทำการค้นหาด้วย Keyword ที่เราได้กำหนดไว้ ก็จะมองเห็นเว็บไซต์ของเราทันทีโดยไม่ต้องลุ้นว่าเราจะสู้คู่แข่งทางการตลาดได้หรือไม่ ส่วนค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณานั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีคนคลิกไปในหน้าเพจของเรา โดยวิธีการนี้จะเรียกว่า PPC (Pay Per Click) นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม สำหรับบทความนี้เราขอเน้นไปที่การใช้งบประมาณในการทำ SEM Marketing ในแบบ PPC ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักการตลาดส่วนมากและค่อนข้างที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าแบบออร์แกนิค

เทคนิคการใช้ ‘คีย์เวิร์ด’ อย่างไรให้ได้ผล

การทำการตลาดผ่าน SEM แม้จะใช้เวลาในการทำค่อนข้างมาก แต่มีความสำคัญอย่างมากในยุคโลกออนไลน์ ซึ่งจะทำให้การลงโฆษณาบน Google Ads ประสบความสำเร็จผ่านการตบแต่งคีย์เวิร์ดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง การมองแค่คีย์เวิร์ดสำคัญเพียงแค่คำไม่กี่คำแล้วจะทำให้แคมเปญประสบความสำเร็จได้เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันมาก เพราะอาจจะทำให้คุณพลาดคำอื่นๆ ที่สามารถดึงลูกค้าเข้ามาหาคุณได้ การศึกษาถึงการใช้งานผ่านการใช้คีย์เวิร์ดจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น ลองมาดูว่า จะทำ SEM Marketing ให้มีประสิทธิภาพต้องทำอย่างไร

1.มีความเกี่ยวข้อง

แน่นอนว่าคุณไม่ต้องการจ่ายเงินสำหรับสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือแบรนด์ของคุณ เช่น เป็น Keyword ที่บอกถึงชื่อ ยี่ห้อ รุ่น หรือเป็นคำที่บ่งบอกปัญหาของกลุ่มเป้าหมาย นั่นหมายความว่าคําหลักที่คุณเสนอขายควรเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับข้อเสนอที่คุณขาย

2.มีความครบถ้วน

การใช้คีย์เวิร์ด ไม่ควรจะมีแต่คำที่ฮิตๆ ที่ใช้กันบ่อยๆ แต่ควรจะเป็นคำที่สามารถอยู่ได้นานในการค้นหาด้วย รวมไปถึงคำที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้นหรือพบได้น้อย แต่เมื่อมันถูกคีย์แล้วสินค้าของคุณจะเด้งขึ้นมาได้ก่อนเลย หรือเป็นคำที่รวมๆ เข้ากับกลุ่มคำใหญ่ ซึ่งค้นหาได้ง่าย เพราะจะทำให้เกิดการแข่งขันน้อยลง แต่แน่นอนก็อาจจะแพงกว่าคำอื่นๆ ตรงนี้ก็อาจจะขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ที่คุณใช้ด้วย โดยหลักๆ คีย์เวิร์ดที่ทำให้เกิดครบถ้วนจะมีอยู่ 3 ประเภท ดังนี้

  1. Seed keyword – คำที่เกี่ยวข้องถึงสินค้า แบรนด์ หรือเป้าหมายที่คุณต้องการ พูดง่ายว่าเป็นคำกว้างๆ ไม่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างเช่น หากคุณขายกระเป๋าสะพาย Seed keyword ก็คือ “กระเป๋า”
  2. Niche keyword – คำที่บอกถึงกลุ่มหรือหมวดหมู่สินค้าในบทความ เช่น หากคุณขายกระเป๋าสะพาย Niche keyword ก็คือ กระเป๋าหนัง
  3. Niche Longtail keyword – เป็นคีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจง ระบุชัดไปเลย เช่น รุ่นอะไร เท่าไหร่ ตัวอย่างเช่น “กระเป๋าหนัง ผู้หญิง สีน้ำตาล ZARA

3.มีความพาณิชย์สูง

เป็นคำที่มีความเป็นธุรกิจการค้าหรือเชิงพาณิช์สูงด้วย นอกเหนือจากคีย์เวิร์ดทั่วๆ ไปหรือจัดแยกหมวดหมู่ เพราะต้องไม่ลืมว่าเราซื้อคำคีย์เวิร์ดพวกนี้เพื่อทำธุรกิจ ดังนั้น ต้องไม่ลืมประเด็นนี้ด้วย หลักๆ มีอยู่ 2 แบบ

  1. Buy Now Keyword คือ กลุ่มที่ถูกใช้โดยคนที่มีกำลังซื้อและต้องการสินค้าอย่างเร่งด่วน เช่น จอง, ขาย, สมัคร เป็นต้น
  2. Product Keyword คือ กลุ่มคำที่ระบุ ยี่ห้อ รุ่น ลักษณะ ของสินค้าหรือบริการ แม้เป็นคำที่มีพลังในการซื้อน้อยกว่า “Buy Now keyword” แต่ถูกใช้โดยคนที่มีใจเอนเอียงสู่สินค้าอยู่แล้วจึงทำให้การค้นหาของเขาง่ายขึ้น เช่น หัวหิน, ใกล้กรุงเทพ, ริมทะเล เป็นต้น

การจัดการแคมเปญ SEM Marketing ให้มีประสิทธิภาพ

เมื่อคุณสร้างแคมเปญใหม่แล้ว คุณจะต้องจัดการแคมเปญเหล่านั้นเป็นประจําเพื่อให้แน่ใจว่าแคมเปญยังคงมีประสิทธิภาพและควรวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแอคเคาท์ของคุณอย่างต่อเนื่องด้วย พร้อมกับทําการปรับเปลี่ยนต่อไปนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แคมเปญของคุณ

  • เพิ่มคีย์เวิร์ด SEM : เพื่อขยายการเข้าถึงแคมเปญ โดยการเพิ่มคําหลักที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ
  • เพิ่มคีย์เวิร์ดเชิงลบ: เพิ่มคําที่ไม่แปลงเป็นคําหลักเชิงลบ เพื่อปรับปรุงความเกี่ยวข้องของแคมเปญและลดการใช้จ่ายที่สูญเปล่าด้วย
  • แยกส่วนกลุ่มโฆษณา: ปรับปรุงอัตราการคลิกผ่าน (CTR) และคะแนนคุณภาพ โดยการแบ่งกลุ่มโฆษณาของคุณออกเป็นกลุ่มโฆษณาขนาดเล็กที่มีความเกี่ยวข้องมากขึ้น ซึ่งช่วยให้คุณสร้างข้อความโฆษณาและหน้า Landing Page ที่ตรงเป้าหมายมากขึ้น
  • ตรวจสอบคีย์เวิร์ด SEM ที่มีค่าใช้จ่ายสูง: ตรวจสอบคีย์เวิร์ดที่มีราคาแพงและมีประสิทธิภาพต่ำ และอาจต้องปิดบางคำที่ไม่จำเป็นลง
  • ปรับปรุงหน้า Landing Page: แก้ไขเนื้อหาและคํากระตุ้นการตัดสินใจ (CTA – Call to Action) ของหน้า Landing Page ของคุณ เพื่อให้สอดคล้องกับคําค้นหาแต่ละรายการเพื่อเพิ่ม conversion แต่ควรหลีกเลี่ยงการส่งการเข้าชมทั้งหมดไปยังหน้าเพจเดิมๆ

แม้ว่า SEM Marketing จะเป็นแค่ส่วนหนึ่งของโลก Digital Marketer ทั้งหมด แต่เป็นกลยุทธ์ที่นักการตลาดกว่าครึ่งจำเป็นต้องใช้ในโลกปัจจุบัน ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการทำ SEM Marketing ก็คือการอัปเดทอยู่เสมอ และจับกระแสออนไลน์ให้ไวมากที่สุด มากไปกว่านั้น คุณควรที่จะเรียนรู้ทั้งการทำแบบ Organic Search หรือ SEO ควบคู่ไปด้วย เพื่อการทำให้แคมเปญของคุณประสบความสำเร็จและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีที่สุด.

SHARES
×

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save