เทรนด์ SEO ปี 2022 รักษาอันดับเว็บไซต์บน Google ต้องรู้อะไรบ้าง

Digimusketeers
18 January 2022

รู้ไหมว่า Google ที่เป็นแพลตฟอร์ม Search Engine อันดับหนึ่งของโลกนั้นมีการอัปเดตคัวเองมากกว่าปีละ 3,000 ครั้ง หรือเฉลี่ยมากถึงวันละ 8 ครั้งเลยทีเดียว ซึ่งรวมไปถึงการที่ต้องพัฒนาตัวเองให้เชื่อมโยงกับพฤติกรรมของผู้บริโภค หรือคนทั่วโลกที่เข้ามาใช้บริการค้นหาบน Google ที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ นั่นก็แปลว่าเทรนด์ของ SEO ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน

ดังนั้น SEO จึงเป็นสิ่งสำคัญที่แบรนด์ต้องคอยติดตามเทรนด์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อเอามาเป็นข้อได้เปรียบ หรือประโยชน์ที่จะนำเอามาพัฒนาเว็บไซต์ของแบรนด์ให้มีประสิทธิภาพ รักษาอันดับ SEO ของตัวเองให้ดีและคอยพัฒนาให้เว็บไซต์ไต่ขึ้นไปถึงอันดับต้น ๆ ของหน้าค้นหาบน Google ไปดูพร้อมกันเลยเทรนด์ SEO ปี 2022 ที่น่าสนใจและควรรู้มีอะไรบ้าง

เทรนด์ SEO ใหม่ ๆ อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับต้องรู้

SEO

Core Web Vitals ปัจจัยจัดอันดับตัวใหม่ของ Google

ทาง Google ได้เริ่มใช้ Core Web Vitals ตั้งแต่กลางปี 2021 ที่ผ่านมา มันคือปัจจัยในการจัดอันดับบนมือถือ และเมื่อไม่นานมานี้ Google ก็ได้ประกาศว่าจะมี Page Experiences Update และเริ่มใช้ Core Web Vitals จัดอันดับบน Desktop ในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 คาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนมีนาคม ปี 2022 โดยจะใช้เวลาในการปล่อยและเก็บข้อมูลประมาณ 1 เดือน 

ตัว Core Web Vitals เป็นปัจจัยที่ Google ให้ความสำคัญและมองว่าส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใช้ เป็นปัจจัยการจัดอันดับเว็บไซต์ที่เพิ่มมาอีก 3 ตัวในหมวด Page Experience คือ

1. Largest Contentful Paint (LCP) : คะแนนของคอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุดของหน้าเพจว่าจะใช้เวลาแสดงผลนานแค่ไหน เช่น รูปภาพ วิดีโอ หรือ Pop-up ต่าง ๆ ยิ่งโหลดนานก็จะได้คะแนนน้อยลง โดย LCP ที่ Google มองว่าดีคือไม่เกิน 2.5 วินาที 

2. First Input Delay (FID) : การวัดความเร็วในการตอบสนอง เช่น เมื่อ User คลิกปุ่มอะไรไป แล้วหน้าเพจตอบสนองเร็วแค่ไหน ยิ่งเร็วยิ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่ประทับใจให้กับผู้ใช้ หน้าเพจก็จะได้คะแนนส่วนนี้สูง โดยควรได้น้อยกว่า 100 มิลลิวินาที

3. Comulative Layout Shift (CLS) : คือคะแนนที่วัดความเสถียรของหน้าเพจ เช่น ไม่กระตุก ภาพหรือฟีเจอร์ต่าง ๆ ไม่สั่น คลิกแล้วไม่โดนปุ่ม หรือคลิกปุ่มแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าค่า CLS ยิ่งมาก แสดงว่าเว็บของคุณอาจโหลดช้าและไม่มีความเสถียร ถือเป็นประสบการณ์ที่ใช่งานไม่มี Google มองว่าค่า CLS ที่ดีควรน้อยกว่า 0.1

แค่ Keyword ไม่พอ ต้องเดาใจคนให้ถูกด้วย

ปกติเวลาที่เราจะทำ SEO ก็มักจะให้ความสำคัญกับ Keyword ที่นำจะใช้มากที่สุด ดูว่า Search Voloum สูงมากพอไหม คนใช้คำนี้เสิร์ชมายังเว็บไซต์มากน้อยแค่ไหน แต่ปัจจุบัน สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญด้วยก็คือคำ ๆ นั้น เป็นคำคนส่วนใหญ่นึกถึงหรือไม่ เมื่อต้องการค้นหา เพราะเป้าหมายหลักของ Google คือการส่งมอบคำตอบที่ตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการค้นหามากที่สุด 

ดังนั้นการทำคอนเทนต์ที่ดูจาก Keyword เป็นหลักยังคงใช้ได้อยู่ เพราะ Google ก็ยังอ่านเว็บไซต์จากคำ หรือ Keyword อยู่ดี แต่ก็ต้องคาดเดาใจของผู้คนในการค้นหาอีกด้วย

‘MUM’ Algorithm ใหม่สุดล้ำจาก Google 

Google เพิ่งประกาศว่าจะใช้ Algorithm ตัวใหม่ เทคโนโลยี AI สุดเจ๋งอย่าง ‘MUM’ (Mutitask Unified Model) ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยทำความเข้าใจข้อมูล หรือความหมายของคำที่เราต้องการจะค้นหา ให้ Google สามารถตอบคำถามที่ซับซ้อนได้ดีขึ้นนั่นเอง ซึ่งมันมีข้อดีอีกมากมาย เช่น เข้าใจและตอบคำถามที่ซับซ้อนได้, เข้าใจข้อมูลจากภาพและข้อความได้พร้อมกัน, มีฟีเจอร์แปลภาษาอัตโนมัติ, มีฟีเจอร์รองรับการค้นหาด้วยเสียง, มีฟีเจอร์การค้นหาด้วยภาพ และรองรับ Online Shopping มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ถือเป็นเทคโนโลยีดี ๆ ที่คนทำ SEO ควรรู้

การค้นหาด้วย ‘เสียง’ มากขึ้น

จากผลสำรวจการค้นหาบน Google ในปี 2021 พบว่า แนวโน้มการเสิร์ชด้วยเสียง หรือ Voice Search เพิ่มมากขึ้นจากปี 2020 ถึง 9.5% และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ผู้ทำ SEO ทั้งหลายก็ควรปรับเว็บไซต๋ให้เหมาะกับการใช้ Voice Search มากขึ้นด้วยนะ ต้องปรับเว็บไซต์ไปในแนวทางไหนบ้าง เรามีข้อมูลดี ๆ มาแนะนำ

– ทำคอนเทนต์ลักษณะถาม-ตอบ เพิ่มความกระชับและชัดเจนเข้าไปด้วย

– ใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ หรือเป็นประโยคพูดมากขึ้น เพราะการพิมพ์กับการพูดนั้นต่างกัน

– ใช้ Niche long tail keyword เพราะสอดคล้องกับคำถามของคนมากที่สุด

– ใช้ Bullet หรือ Listing เป็นอีกวิธีที่ให้คำตอบชัดเจนที่จะช่วยให้ Google Assistant เลือกหยิบไปตอบผู้ค้นหา

– ปรับ Headline 2,3,4 ให้เป็นประโยคคำถาม

– ทำ Mobile-Friendly ด้วย เพราะคนค้นหาด้วยเสียงจากโทรศัพท์เป็นหลัก

Video Content ยุคนี้กำลังมาแรง

คอนเทนต์ประเภทวิดีโอได้รับความสนใจมากขึ้นในโลกออนไลน์ เพราะภาพนั้นน่าดูมากกว่าตัวอักษร ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สังเกตจากสิ่งใกล้ตัวง่าย ๆ เลยก็คือ TikTok แพลตฟอร์มที่มาได้ไม่นานแต่ยอดผู้ใช้งานนั้นพุ่งแรงแซงไปหลายแพลตฟอร์มเลยทีเดียว จนค่ายอื่นจะเพิ่มฟีเจอร์วิดีโอมาสู้ด้วยอย่าง Reels และ Storie บน Facebook กับ IG รวมไปถึง YouTube Shorts ด้วย

ซึ่งในมุมของการทำ SEO ตัว Google ที่เป็น Search Engine ที่คนใช้งานมากที่สุดก็ยังเอาวิดีโอเข้ามารวมอยู่ในคำตอบที่ผู้คนค้นหามากขึ้นด้วย โดยหลัก ๆ จะเป็น YouTube

Featured Snippet อันดับที่น่าอยู่มากที่สุด

ตอนนี้แค่อยู่อันดับ 1 อาจยังไม่พอสำหรับหลายเว็บไซต์ เพราะตอนนี้เทรนด์ SEO ต่างก็หันมาแข่งขันเพื่อเข้าไปอยู่ในตำแหน่ง Featured Snippet กันแล้วล่ะ เพราะอะไรกันนะ ?

Featured Snippet เป็นการ์ดตัวอย่างข้อมูลที่จะแสดงขึ้นมาก่อนรายชื่อเว็บไซต์อันดับแรก เป็นตำแหน่งที่ทาง Google จะคัดเลือกขึ้นมาเองเพื่อให้คำตอบที่รวดเร็วกับผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เว็บไซต์ไม่จำเป็นต้องไต่อันดับขึ้นมากเรื่อย ๆ ทุกเว็บไซต์มีโอกาสที่จะได้ไปอยู่ในตำแหน่งนั้น หาก Google มองว่าตอบคำถามของผู้ค้นหาได้ดีที่สุด

 

ทั้งหมดนี้เป็นเทรนด์ SEO ปี 2022 ที่ทาง Google ได้อัปเดต อยากรักษาอันดับเว็บไซต์บนหน้า Google Search ให้อยู่ไปนาน ๆ ก็ต้องคอยติดตามเทรนด์ใหม่ ๆ อยู่เสมอนะ 

 

SHARES
×

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save