SEO Trends สำหรับปี 2022

Digimusketeers
20 November 2021

บางท่านสงสัยว่าได้ยินเรื่องการทำ SEO มาก็นานหลายปีแล้ว ป่านนี้มันจะหมดสมัย หรือถูกลดความสำคัญลงไปบ้างหรือยังนะ เรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญมีคำตอบที่ค่อนข้างชัดเจนเลยว่าเทรนด์ในการทำ SEO ยังคงมาแรง และยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นตั้งแต่มีโควิด 19 เพราะผู้คนทั่วโลกหันมาซื้อสินค้าออนไลน์กันมากกว่าเดิม

จากสถิติของปี 2020 ที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการค้นหาบนกูเกิลเป็นจำนวนมากกว่า 2.3 ล้านล้านครั้งเลยทีเดียว และตราบใดที่ธุรกิจยังต้องพึ่งพาเครื่องมือค้นหา (โดยเฉพาะ Google) เป็นหลัก และยังต้องอาศัย Conversions จากเว็บไซต์ในการสร้างยอดขาย เจ้าของกิจการก็ยังคงต้องติดตามความเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ SEO และต้องมีการปรับแต่งกลยุทธ์ SEO ที่ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับเทรนด์ SEO Trends อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากเทรนด์เหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง และในช่วงปลายปีแบบนี้เว็บไซต์เกี่ยวกับการตลาดของต่างประเทศหลายแห่งก็เริ่มออกมาวิเคราะห์ถึง SEO Trends สำหรับปี 2022 กันแล้ว โดยเราสามารถสรุปเทรนด์ที่กำลังจะมาในปีหน้าได้ 5 หัวข้อดังนี้

  • Voice Search
  • Mobile Devices
  • Online Videos
  • Google EAT
  • Featured Snippets

SEO Trend #1: Voice Search

การค้นหาด้วยเสียงกระทบกับการใช้คีย์เวิร์ด
เมื่อก่อนเวลาจะค้นหาอะไรที ต้องพิมพ์ออกมาเป็นข้อความเท่านั้น แต่ช่วงหลัง ๆ มานี่ ตั้งแต่มีนวัตกรรมอย่าง Google Assistant, Siri ของ Apple และ Alexa ของ Amazon เกิดขึ้น ผู้คนเริ่มเปลี่ยนมาใช้การค้นหาด้วยเสียงมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลต่อการทำ SEO อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คิดง่าย ๆ เวลาที่เราพิมพ์ เรามักจะเน้นใช้คำสั้น ๆ หรือพิมพ์เฉพาะคีย์เวิร์ดที่สำคัญ อันไหนย่อได้ก็ย่อด้วยซ้ำ เพราะขี้เกียจเสียเวลาและอาจจะเมื่อยนิ้ว แต่เมื่อสามารถค้นหาด้วยเสียงพูดแทนได้ แนวโน้มของการใช้คำค้นหาก็เปลี่ยนไปทันทีและมีแนวโน้มว่าคีย์เวิร์ดที่ใช้จะยาวขึ้นกว่าเดิม เพราะนอกจากการเปล่งเสียงพูดจะง่ายและใช้เวลาน้อยกว่าการพิมพ์แล้ว ผลลัพธ์ของการค้นหายังจะดีกว่าด้วยเมื่อใช้คำค้นแบบเป็นวลียาว ๆ ที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

ประเด็นน่าคิด
หากมีการเพิ่มคอนเทนต์ในอนาคต เจ้าของเว็บไซต์ควรพิจารณาใช้คำค้นหาที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น ใช้คีย์เวิร์ดที่ยาว (Long-tail keywords) และเพิ่มคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับตำแหน่ง (Location-based keywords)

SEO Trend #2: Mobile Devices

ผู้คนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่กันมากขึ้น
อุปกรณ์เคลื่อนที่ หรืออุปกรณ์พกพากลายเป็นเครื่องมือหลักในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเรื่องนี้มีผู้คาดการณ์เอาไว้ว่าอีกภายในสามปี ตัวเลขผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์เหล่านี้จะเพิ่มสูงขึ้นจนถึงเกือบ 73% และ Google เองก็เคยเผยให้ทราบว่าความเร็วของการเข้าถึงเว็บไซต์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดอันดับเว็บไซต์ด้วย ไม่แน่ว่าอีกหน่อยนักพัฒนาเว็บอาจจะต้องเริ่มสร้างเว็บไซต์เวอร์ชั่นสำหรับโทรศัพท์มือถือขึ้นมาก่อนแล้วค่อยมาปรับให้เหมาะกับเดสก์ท็อปทีหลังก็ได้

ประเด็นน่าคิด
เจ้าของเว็บไซต์ควรให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์มบนมือถือมากกว่าเดิม เพราะเป็นช่องทางหลักที่ลูกค้าใช้เข้าถึงธุรกิจ โดยอาจจะเพิ่มฟีเจอร์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับแป้นคีย์บอร์ด เช่น การสั่งงานด้วยเสียง และ Virtual Reality

SEO Trend #3: Online Videos

วิดีโอเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการทำ SEO
แม่บ้านสมัยนี้ไม่สะสมตำราทำอาหารกันแล้ว อยากรู้สูตรเมนูไหนก็แค่เสิร์ชหาคลิปมาเปิดดู หรือใครจะลงมือทำไปพร้อมกับเจ้าของคลิปเลยก็ยังได้ ก็เพราะดูวิดีโอมันสะดวกแบบนี้ไงล่ะ คนจึงเลิกอ่านข่าวหรือบทความยาว ๆ แล้วหันมารับข้อมูลข่าวสารในรูปแบบวิดีโอออนไลน์แทน แต่รู้ไหมว่านอกจากวิดีโอจะเป็นแหล่งคอนเทนต์ที่ให้ความบันเทิงและดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ดีแล้ว วิดีโอยังส่งผลดีต่อการทำ SEO ไม่น้อยเลยด้วย

ประเด็นน่าคิด
หากธุรกิจของคุณยังไม่มีเนื้อหาในรูปแบบวิดีโอ ปี 2022 นี้ก็น่าจะลงมือวางแผนอย่างจริงจังได้แล้ว และอย่าลืมปรับแต่งวิดีโอของคุณให้เอื้อต่อ SEO ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการหาคีย์เวิร์ด ตั้งชื่อวิดีโอ เขียนคำอธิบายวิดีโอ ใส่ซับ หรือการใส่แท็กอย่างถูกหลัก

SEO Trend #4: Google EAT

เนื้อหาที่มีคุณภาพตรงกับหลัก EAT ของ Google มีโอกาสอยู่ในอันดับที่สูงกว่า
Expertise, Authoritativeness และ Trustworthiness หรือ EAT คือการที่ Google มองว่าเว็บไซต์นั้นเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญ มีความเป็นตัวจริงในเรื่องนั้น ๆ และมีความน่าเชื่อถือ โดยจะประเมินจากรีวิว การให้คะแนน ชื่อเสียงในการให้บริการลูกค้า และปัจจัยด้านความน่าเชื่อถืออื่น ๆ ซึ่งถ้า Google มองว่าเว็บมีคุณภาพและมีประโยชน์ เว็บนั้นก็จะได้ขึ้นมาปรากฏในอันดับบน ๆ ของหน้าผลลัพธ์การค้นหา และหากธุรกิจต้องการสร้างมาตรฐานด้าน EAT ให้กับเว็บไซต์ก็สามารถทำได้ไม่ยาก โดยต้องเริ่มต้นจากเรื่องพื้นฐานอย่างการวิเคราะห์ทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายก่อน ว่าลูกค้าคือใคร มีอุปนิสัยอย่างไร ต้องการอะไร จากนั้นจึงค่อยมาศึกษาวางแผนและสร้างเนื้อหาให้ตรงใจลูกค้า

ประเด็นน่าคิด
การเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเนื้อหาในเว็บไซต์ ยังครอบคลุมเรื่องอื่น ๆ อีกหลายแง่มุม เช่น การสร้างข้อมูลส่วนตัวของนักเขียน การตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูล รางวัลและใบรับรองต่าง ๆ ที่ได้รับ ฯลฯ นอกจากนี้ การดำเนินการเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งานเว็บไซต์อย่างการจัดการกับปัญหาอย่างรวดเร็วและมีความเป็นมืออาชีพ ก็มีส่วนเพิ่มคะแนนด้านคุณภาพให้กับเว็บได้ไม่น้อย

SEO Trend #5: Featured Snippets

ควรให้ความสำคัญกับการค้นหาแบบไม่ต้องคลิกด้วย

กูเกิลเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือค้นหาจนเดี๋ยวนี้เราไม่ต้องคลิกเข้าไปที่ผลการค้นหาก็สามารถอ่านคำตอบที่ต้องการได้ สิ่งนี้เรียกว่า Snippets หรือ ตำแหน่ง 0 หรือ Zero Position และกว่าครึ่งหนึ่งของการค้นหาที่เกิดขึ้นบนกูเกิลทั้งหมดเป็นการค้นหาแบบไม่ต้องคลิก (Zero-Click) แล้ว ก็ในเมื่อสามารถรู้คำตอบได้ทันทีแบบนี้ คนเสิร์ชก็ไม่น่าจะอยากคลิกเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ให้เสียเวลา ดังนั้น เมื่อสร้างคอนเทนต์สำหรับเว็บไซต์ ธุรกิจควรต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยเพราะในอนาคต Featured Snippets ยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อีกมาก

ประเด็นน่าคิด
เนื้อหาที่ขึ้นไปปรากฏในตำแหน่ง Snippets มักจะเป็นการตอบคำถามที่คนอยากรู้แบบสั้น ๆ เช่น xx คืออะไร โดยอาจจะมีความยาวสักสองสามประโยค หรืออาจจะเป็นการให้ข้อมูลในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเว็บไซต์ส่วนใหญ่ ###

===============================================================

ข้อมูลจาก
https://www.cobuildlab.com/blog/SEO-trends-for-2022/
https://www.dashtech.org/10-seo-strategies-you-cant-ignore-this-2022/

SHARES
×

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save