Digital Footprint คืออะไร ทำไมการตลาดยุคดิจิทัลต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
4 กุมภาพันธ์ 2569

พามาทำความรู้จักกับชุดข้อมูลที่สำคัญต่อการทำกลยุทธ์การตลาดที่นักการตลาดดิจิทัลไม่ควรมองข้ามอย่าง “Digital Footprint” คีย์สำคัญที่จะเผยพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าเป้าหมายได้อย่างตรงจุด ให้แบรนด์สามารถสร้างแผนการตลาดตอบรับได้อย่างตรงใจ ไขข้อสงสัยว่าทำไม Digital Footprint จึงช่วยไขพฤติกรรมลูกค้า และมีความสำคัญกับแบรนด์ในยุคดิจิทัล จะนำ Digital Footprint มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพได้อย่างไร มาหาคำตอบไปพร้อมกัน !
ร่องรอยดิจิทัล (Digital Footprint) คืออะไร
Digital Footprint คือ ข้อมูลและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราได้เคยกระทำในโลกอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็น การโพสต์รูปภาพ ข้อความ กดไลก์ กดแชร์ หรือการสมัครสมาชิกบริการบางอย่าง ซึ่งบางข้อมูลอาจเป็นสิ่งที่เราไม่ได้อยากเปิดเผย แต่การกระทำเหล่านั้นได้ถูกบันทึกเอาไว้โดยเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น ที่อยู่ IP Address, Cookies หรือ Device Information เป็นต้น
Digital Footprint มีกี่ประเภท
หลายคนอาจจะไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าร่องรอย Digital Footprint นั้นสามารถแยกย่อยออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 2 กลุ่ม โดยเราจะแบ่งเป็นข้อมูลเชิงรุก (Active) คือข้อมูลที่เราเป็นคนป้อนเข้าไปในระบบอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ ด้วยตัวเอง และอีกกลุ่มหนึ่งจะเป็นข้อมูลเชิงรับ (Passive) คือข้อมูลของเราที่ถูกเก็บเอาไว้ในระบบโดยที่ตัวผู้ใช้งานเองอาจจะไม่คาดคิด เป็นการเก็บจากเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันที่เราใช้งานผ่านการกดยินยอมรับข้อตกลงก่อนท่องหน้าเว็บ โดยทั้ง 2 กลุ่ม สามารถจำแนกให้เห็นแบบชัดเจนขึ้นได้ ดังนี้
Digital Footprint แบบ Active ประกอบด้วยข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้
- การโพสต์ภาพ แชร์ภาพ
- การแสดงความคิดเห็น
- การโพสต์ข้อความ
- การรีวิว แสดงความคิดเห็น แนะนำ
- การตอบกลับลูกค้า
- การแก้ไขปัญหา หรือแนวทางการรับมือวิกฤตการณ์ฉุกเฉิน
- การกรอกแบบฟอร์มออนไลน์
- การเข้าร่วม Community ออนไลน์ต่าง ๆ
- การสั่งซื้อสินค้า
- ฯลฯ
Digital Footprint แบบ Passive ประกอบด้วยข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้
- ประวัติที่อยู่ของอุปกรณ์ที่ใช้งานในการเข้าใช้เว็บ หรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (IP Address)
- ไฟล์ขนาดเล็กสำหรับติดตามผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ (Cookies)
- ประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ต่าง ๆ (Browsing History)
- ตำแหน่งที่ตั้งของเรา ที่ถูกเก็บข้อมูลระหว่างใช้งานเว็บไซต์ หรือบริการต่าง ๆ โดยไม่รู้ตัว (Location Data)
- ข้อมูลส่วนของอุปกรณ์ที่ใช้งาน ระบบปฏิบัติการ เบราว์เซอร์ที่ใช้งาน (Device Information)

ทำไม Digital Footprint จึงสำคัญกับการทำการตลาดดิจิทัล
การวางกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลนั้น เป็นเรื่องที่จะต้องอาศัยข้อมูลที่เป็นพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายเอามาวิเคราะห์หาความต้องการ pain point หรือแม้แต่ความคาดหวังของลูกค้า เพื่อนำมาพัฒนาตัวสินค้าและบริการให้ตรงความต้องการกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุด ทำให้ข้อมูล Digital Footprint ที่สามารถบ่งบอกถึง “พฤติกรรมและความสนใจ” ผ่านการท่องโลกออนไลน์ กลายเป็นอีกหนึ่งชุดข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้แบรนด์ออกแผนการตลาดใหม่ ๆ ได้อย่างคุ้มค่า
ความสำคัญของ Digital Footprint ต่อการทำการตลาด มีดังนี้
- ช่วยสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ได้ เพราะการถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ หรือ Platform ต่าง ๆ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Footprint ถ้าหากมีแผนการตลาดและการจัดการที่ดี ก็จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดี น่าเชื่อถือ ให้กับแบรนด์
- พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลจะต้องค้นหาข้อมูลก่อนซื้อ ดังนั้น Digital Footprint จะเป้นกลยุทธ์การตลาดช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อให้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น
- ข้อมูล Digital Footprint ของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย จะช่วยให้นักการตลาดสามารถวางกลยุทธ์การตลาดได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เข้าใจจุดอ่อน-จุดแข็ง ปรับแผนการตลาดได้ทันสถานการณ์
- การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์จะเป็นการสร้าง Digital Footprint ด้านบวกของแบรนด์ แสดงถึงความใส่ใจให้บริการ นำไปสู่การสร้างความภักดีระยะยาว
ใช้ข้อมูล Digital Footprint ทางการตลาดอย่างไร ให้ไม่ละเมิดขอบเขต
อย่างที่เรารู้กันดีว่าในปัจจุบันข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน และเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญ ไม่ควรนำไปเปิดเผยหรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ทำให้ถึงแม้ว่า Digital Footprint จะเป็นข้อมูลที่เหมาะกับการนำมาใช้พัฒนากลยุทธ์การตลาดของแบรนด์ แต่ในการหยิบข้อมูลส่วนต่าง ๆ มาใช้กับแผนการตลาด จะต้องไม่ละเมิดขอบเขตความยินยอม ไม่ละเมิดข้อกฎหมาย และไม่นำเอาไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้แต่แรก เพราะอาจส่งผลกระทบรุนแรงและเสียความเชื่อมั่นจากกลุ่มลูกค้าได้
ในการนำข้อมูล Digital Footprint มาใช้ แบรนด์และทีมการตลาดควรคำนึงถึงเรื่องพื้นฐาน ดังนี้
- ขอความยินยอมในการนำข้อมูล Digital Footprint ไปใช้ในการวางกลยุทธ์การตลาดอย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย
- แจ้งผู้ใช้งานให้ชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัว วิธีการในการเก็บรวบรวมข้อมูล และวิธีการปกป้องข้อมูลอย่างโปร่งใส
- นำข้อมูล Digital Footprint ไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ ไม่นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
- ผู้ใช้งานจะต้องสามารถมีสิทธิในการเข้าถึง แก้ไข หรือปฏิเสธการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง
- ข้อมูลควรเป็นนิรนาม หรือ ไม่ระบุตัวตน
- หลีกเลี่ยงการเก็บข้อมูล Digital Footprint ที่มากเกินความจำเป็น หรือไม่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์การใช้งานทางแผนการตลาด
- ปฏิบัติตามข้อกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ PDPA ให้กับคนในองค์กร
- หมั่นทบทวนนโยบายและแนวทางการใช้ข้อมูล Digital Footprint อย่างสม่ำเสมอ
ทำการตลาดอย่างไร ให้เกิด Digital Footprint ที่ดี
การสร้างร่องรอยทางอินเทอร์เน็ตที่ดีให้กับแบรนด์ ก็คือการป้อนข้อมูลของแบรนด์ลงไปใน Platform ต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง โดยมีวัตถุประสงค์มากกว่าแค่การประชาสัมพันธ์ หรือกระตุ้นยอดขายในปัจจุบัน แต่ต้องคำนึงถึงกลุ่มลูกค้าในอนาคตที่จะเข้ามาเจอกับร่องรอย Digital Footprint ที่เราทิ้งเอาไว้และเกิดความเชื่อมั่น กระตุ้นให้รู้สึกความอยากซื้อ หรือมั่นใจในสินค้าและบริการด้วย
ทำแผนการตลาดอย่างไร ให้ได้ Digital Footprint ที่ส่งผลเชิงบวกต่อแบรนด์ ?
- สร้างคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ต่อผู้อ่านและสังคม : เพราะคอนเทนต์ประเภทต่าง ๆ ที่เราโพสต์เอาไว้ในแต่ละ Platform จะกลายเป็นข้อมูล Digital Footprint ต่อไปอีกยาวนาน บนโลกอินเทอร์เน็ต ทำให้กลุ่มลูกค้าในอนาคตที่เข้ามาชมเนื้อหาเห็นว่าเราเป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพ สร้างเนื้อหาที่น่าเชื่อถือ เหมาะกับการเลือกใช้บริการหรือการตัดสินใจซื้อ
- เผยแพร่อย่างสม่ำเสมอ : การแผยแพร่เนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและเห็น Movement ของแบรนด์เป็น Digital Footprint ที่ชัดเจน ทำให้เห็นว่าแบรนด์มีความจริงจัง มั่นคง ไว้ใจได้
- สร้างกิจกรรมเสริมการมีส่วนร่วมกับลูกค้า เป็น Digital Footprint ที่ทำให้เห็นว่าแบรนด์เป็นมิตรและจริงใจกับลูกค้า
- การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับ Influencer ช่วยสร้าง Digital Footprint ชิ้นใหญ่ ที่เรียกได้ว่าจะมีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าหรือบริการสำหรับคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ แต่ในการเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ก็ต้องเลือกอย่างเหมาะสมด้วยเช่นกัน
สรุป
การตลาดโดยใช้ Digital Footprint จะเป็นแผนการตลาดที่นำเอาข้อมูลความสนใจเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมายมาทำการวิเคราะห์และประเมินอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้แบรนด์สามารถสร้างโปรโมชัน Lunch แคมเปญ ไปจนถึงการนำเสนอสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า นอกจากนั้นแบรนด์เองยังสามารถสร้าง Digital Footprint ที่ดีของตัวเองทิ้งไว้ได้ด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครอบคลุมไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย Digital Footprint จึงเป็นข้อมูลที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อนักวางแผนการตลาดดิจิทัลยุคนี้เป็นอย่างมาก
FAQ เกี่ยวกับ Digital Footprint
สำหรับแผนการตลาดโดยนำข้อมูล Digital Footprint มาใช้ มีข้อคำถามที่พบบ่อยดังนี้
นอกจากการตลาด Digital Footprint ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใดได้อีก
ด้วยความที่ Digital Footprint เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความสำคัญและมีความเป็นส่วนตัวสูง จึงจัดเป็นข้อมูลละเอียดอ่อน หากตกอยู่ในมือผู้ไม่ประสงค์ดีก็อาจเกิดอันตรายแก่เจ้าของข้อมูลได้ จึงต้องมีข้อกำหนดในการปกป้องข้อมูลที่จะนำไปใช้ รวมถึงมีข้อกฎหมายดูแลอย่างรัดกุม
แต่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ทางการตลาดแล้ว ข้อมูล Digital Footprint สามารถนำไปใช้ในด้านต่าง ๆ ได้อีกดังนี้
- ใช้ระบุตัวตน ตามร่องรอยข้อมูลอาชญากร
- ใช้ในการสืบสวนด้านนิติวิทยาศาสตร์
- ช่วยในการป้องกันการเกิดอาชญากรรมออนไลน์
- ใช้เพื่อตรวจสอบข้อมูลบุคลากร
- ใช้ในการตรวจสอบทักษะและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ข้อมูล Digital Footprint ประเภทไหนที่นักการตลาดสนใจ
ข้อมูล Digital Footprint สำคัญที่นำไปวิเคราะห์แผนการตลาดมักเป็นข้อมูลที่สะท้อนพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อ เพื่อนำไปพัฒนาการมอบประสบการณ์และการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงกับความต้องการ ได้แก่
- ประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ ระยะเวลาการอยู่ในเว็บ พฤติกรรมการกดเลือกดูสินค้า การกดใส่ตะกร้า เป็นต้น
- คำที่ใช้ค้นหาใน Search Engine
- การกดไลก์ แชร์ หรือกลุ่มที่สนใจเข้าร่วม
- ข้อมูลความถี่ในการซื้อสินค้าออนไลน์ ปัจจัยการตัดสินใจซื้อ หรือมูลค่าในการซื้อ
- ข้อมูลเพศ อายุ และภูมิภาค
- ข้อมูลเกี่ยวกับระบบอุปกรณ์ในการเข้าใช้งาน เช่น มือถือ คอมพิวเตอณ์ หรือแท็บเล็ต
เนื้อหา Digital Footprint ที่แบรนด์ควรหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้าง
Digital Footprint เป็นแผนการตลาดที่ถึงแม้จะมีข้อดีเยอะ แต่แบรนด์จะต้องระวังผลกระทบที่สูง เพราะถ้าหากเนื้อหามีความสุ่มเสี่ยง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ตรงกับค่านิยมทัศนคติของคนในสังคม อาจกลายเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดดราม่า สร้างความเสียหายให้กับแบรนด์ได้
เนื้อหาประเภทสุ่มเสี่ยงต่อการเกิด Digital Footprint ด้านลบ ได้แก่
- เนื้อหาที่แสดงออกถึงความเกลียดชัง เชิงลบ หรือเนื้อหาที่ตัดสินผู้อื่น
- เนื้อหาที่มีการเหยียดเพศ สีผิว เชื้อชาติ ไม่ยอมรับความแตกต่าง
- เนื้อหาที่ยุยง ปลุกปั่นให้เกิดการถกเถียง
- การใช้ผู้ติดตามปลอม การปั่น SEO ด้วยวิธีผิด ๆ
- การเพิกเฉยต่อข้อร้องเรียน ไม่สนใจเสียงรีวิวของลูกค้า ให้บริการไม่ดี เป็นต้น
Digimusketeers เราคือ One-Stop Digital Marketing Agency ที่ให้บริการด้านการตลาดออนไลน์ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น การวางกลยุทธ์การตลาด สร้าง Content Marketing วางแผนสื่อสาร ผลิตสื่อโฆษณาทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ การทำ SEO การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ การจัดการอินฟลูเอนเซอร์ & KOLs Marketing โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ที่พร้อมใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนแคมเปญการตลาดให้ตอบโจทย์ทุกธุรกิจ
ให้ Digimusketeers ดูแลธุรกิจของคุณ ติดต่อ 02-047-0088 หรือ
ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย


