Cloud Computing คือ

ทำความรู้จักกับ Cloud Computing เทคโนโลยีที่จะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโต

Digimusketeers, 24 December 2024

พฤติกรรมการทำงานของคนยุคใหม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการของเทคโนโลยี เห็นได้จากระบบ Cloud Computing ที่องค์กรหรือธุรกิจทุกขนาดหันมาเลือกใช้งานแทนระบบเดิม เพราะสามารถตอบโจทย์ความสะดวกสบายและรวดเร็วในการทำงานได้แบบทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งยังสามารถอัปโหลดเอกสารการทำงานเพื่อใช้งานร่วมกันในองค์กรได้อีกด้วย

Cloud Computing คือ

หากใครยังไม่รู้จัก Cloud Computing หรืออาจจะเรียกกันสั้นๆ ว่า Cloud นั้น ก็คือ ระบบการจัดเก็บข้อมูลทุกรูปแบบที่ต้องใช้งานผ่านระบบอินเทอร์เน็ตหรือออนไลน์ โดยมีวิธีใช้งานที่ง่ายและสะดวกสบาย ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดข้อมูลผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดลงบน Cloud ได้ นอกจากนี้ยังสามารถส่งต่อที่อยู่ของ Cloud ให้ผู้อื่น Download ข้อมูลเก็บไว้ได้เช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันระบบ Cloud Computing มีผู้ให้บริการหลายบริษัทที่สามารถตอบโจทย์ขนาดของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลตามการใช้งานของแต่ละองค์กรอีกด้วย

ประเภทของ Cloud Computing

การใช้งานของระบบ Cloud Computing สามารถแบ่งออกมาได้ 3 ประเภท ซึ่งตรงตามความต้องการผู้ใช้งานดังนี้

1. Public Cloud

ระบบ Cloud Computing แบบสาธารณะ โดยผู้ให้บริการจะสร้างเซิร์ฟเวอร์หรือระบบจัดเก็บข้อมูลขึ้นมาให้ผู้ใช้งานได้ใช้งานบนแบบฟอร์มเดียวกันแต่จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลระหว่างกันได้หากไม่ได้ขออนุญาตและตอบรับคำขอนั้น ซึ่งข้อดีก็คือผู้ใช้งานไม่ต้องลงทุนสูงเพื่อใช้งาน สามารถปรับเพิ่มลดขนาดพื้นที่เก็บข้อมูลได้ตามความต้องและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ตามขนาดพื้นที่ที่ใช้งาน ตัวอย่างผู้ให้บริการประเภทนี้จะมี Google Cloud Platform หรือ Microsoft Azure

2. Private Cloud

ระบบ Cloud Computing แบบส่วนตัวหรือแบบปิดที่เฉพาะคนในองค์กรเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าถึงพื้นที่คลาวด์ได้ เพื่อการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในระดับสูง นอกจากนี้ยังมีผู้ให้บริการคอยดูแลระบบตั้งแต่การติดตั้งไปจนถึงลักษณะการทำงานของระบบคลาวด์ตามความต้องเฉพาะอีกด้วย ดังนั้นองค์กรจึงต้องลงทุนกับระบบเฉพาะนี้ค่อนข้างสูงกว่าแบบอื่น

3. Hybrid Cloud

ระบบ Cloud Computing แบบที่มีการผสมผสานลักษณะการทำงานระหว่าง Public Cloud กับ Private Cloud ที่นำเอาจุดเด่นของทั้งสองแบบอย่างความสะดวกสบายเข้าถึงง่ายแบบ Public รวมเข้ากับความปลอดภัยระดับสูงแบบ Private จนได้ประสิทธิภาพในการทำงานของระบบในระดับสูงสุดตามความต้องการขององค์กร

4. Multi Cloud

ระบบ Cloud Computing แบบตามฟังก์ชันที่ต้องการ ซึ่งก็คือการที่องค์กรนำจุดเด่นของการใช้งานคลาวด์แบบสาธารณะมากกว่าหนึ่งผู้ให้บริการ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการทำงานในแต่ละองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงสามารถควบคุมค่าใช้จ่าย ช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้งานร่วมเซิร์ฟเวอร์กับผู้อื่น และมีอิสระในการใช้งานเพราะเลือกข้อดีมาใช้ตามความต้องการได้

Cloud Computing คือ

ข้อดีของบริการ Cloud Computing

ข้อดีของ Cloud Computing นอกจากการเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลแล้วนั้น ก็ยังมีอีกหลายข้อดีที่ตอบโจทย์การใช้งานจนสามารถทำให้องค์กรหรือธุรกิจหันมาใช้กันได้แน่นอน

1. Speed & Agility

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคปัจจุบันผู้คนต่างใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบแบบใครมาก่อนได้ก่อน นั่นจึงเป็นข้อดีแรกของระบบ Cloud Computing ที่มีจุดแข็งอยู่ที่ความรวดเร็วและสะดวกสบาย โดยเฉพาะในเชิงธุรกิจที่ต้องแย่งชิงลูกค้ากันอย่างเลี่ยงไม่ได้การบริการผ่านอินเทอร์เน็ตจึงต้องรวดเร็วทันใจอยู่ตลอดเวลา ยกตัวอย่างกิจการธนาคารคือบริการอินเทอร์เน็ตแบงกิ้งที่ใช้ระบบคลาวด์เช่นกัน ซึ่งทำให้ลูกค้าสะดวกสบายในการทำธุรกรรมด้วยตัวเองได้ทุกที่ทุกเวลา

2. Scalability

แต่ละธุรกิจที่ใช้งานระบบ Cloud Computing ก็มีขนาดและความต้องการของการใช้งานที่ต่างกัน ดังนั้นข้อดีคือสามารถปรับขนาดพื้นที่ใช้งานให้เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามการใช้งานจริงด้วยตัวเองได้ตลอดเวลา ซึ่งลืมการซื้อฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์แบบเดิมไปได้เลย ยกตัวอย่างการใช้งานเว็บไซต์ที่จะมีจำนวนผู้ใช้งานมากแค่บางช่วงเท่านั้น อาจจะมาจากการร่วมแคมเปญเชิงการตลาดหรือลงทะเบียนสอบทางราชการประจำปี จึงจำเป็นต้องใช้พื้นที่เพิ่มในช่วงนั้นเพื่อรองรับข้อมูลใหม่เป็นพิเศษซึ่งก็สามารถจัดสรรตามการใช้งานได้

3. Security

อีกหนึ่งความกังวลของผู้ใช้งานทุกประเภทคือ ความปลอดภัย ซึ่งหากหันมาใช้งานระบบ Cloud Computing รับรองเลยว่าความกังวลนี้จะหมดไปแน่นอน ซึ่งระบบถูกตั้งค่าให้มีความปลอดภัยที่แน่นหนาไว้ใจได้ เพราะส่วนใหญ่จะมีผู้ให้บริการคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นปัญหา Hacker ที่จะเข้ามาล้วงความลับองค์กรหรือระบบล่มก็หมดห่วง นอกจากนี้ระบบ Cloud Computing ยังสามารถให้ผู้ใช้งานกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงหรือแก้ไขเองได้ด้วย

4. Lower Cost

แน่นอนว่าอีกเรื่องที่ทุกกิจการเป็นกังวลไม่น้อยกว่าความปลอดภัย ก็คือ ต้นทุน เพราะถ้าหากควบคุมต้นทุนให้อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถดูแลได้หรือปรับให้ลดลงเพื่อเฉลี่ยกับกำไรของธุรกิจได้ก็จะดีมาก เนื่องจากปกติอุปกรณ์ต่างๆ ด้านไอทีมีต้นทุนที่สูงอยู่แล้วตั้งแต่การตั้งค่าระบบการใช้งานภายในธุรกิจ ตลอดจนการรักษาดูแลอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งก็ต้องใช้บุคลากรเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ทำให้เกิดต้นทุนสูงขึ้นไปอีก ดังนั้นระบบ Cloud Computing จึงตอบโจทย์การแก้ปัญหาต้นทุนด้านไอทีของธุรกิจได้เป็นอย่างดี เพราะเปลี่ยนจากการซ่อมแซมเซิร์ฟเวอร์ อัปเดตระบบและโปรแกรม แก้ไข Bug ที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT ก็มาใช้ผู้เชี่ยวชาญจากผู้ให้บริการคลาวด์คอยช่วยดูแลแทนได้

 

องค์กรกับการใช้ Cloud Computing

หลังจากรู้จักภาพรวมระบบ Cloud Computing ข้อดี วิธีใช้งานกันไปแล้ว มาถึงตรงนี้องค์กรที่กำลังตัดสินใจจะเริ่มใช้งานคงอยากจะรู้แล้วใช่หรือไม่ ว่าการใช้งานคลาวด์นี้เหมาะกับรูปแบบองค์กรของตนเองหรือเปล่า งั้นตามมา check list กันได้เลย

1. องค์กรที่มีผู้ใช้จำนวนมาก

หากรูปแบบองค์กรหรือธุรกิจมีผู้ใช้เป็นจำนวนมากไม่ว่าจะจากการทำงานร่วมกันในองค์กรหรือการจัด Project และ Campaign จนจะทำให้เกิดผู้ใช้งานจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต ยกตัวอย่าง เว็บไซต์ขายบัตรคอนเสิร์ตหรืองาน Exhibition ที่ได้รับความสนใจเข้าร่วมอย่างมาก จึงจำเป็นต้องใช้ระบบ Cloud Computing เพื่อรองรับการใช้งานจาก User เป็นจำนวนมหาศาล

2. องค์กรที่ต้องการสำรองข้อมูล

เมื่อองค์กรมีจำนวนข้อมูลที่มากขึ้นและมีการเก็บรักษาในระยะยาวส่วนใหญ่จึงต้องการ Back up ข้อมูลไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ระบบ Cloud Computing จึงตอบโจทย์ในการใช้งานระยะยาวเรื่องการรักษาข้อมูลให้คงอยู่ตลอดเวลา

3. องค์กรที่มีการใช้งานไม่แน่นอน

บางองค์กรก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าผู้ใช้งานจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากน้อยแค่ไหน ทำให้มีผลกระทบต่อการใช้งานของเซิร์ฟเวอร์ที่อาจจะมีปัญหาเรื่องการเข้าถึงในอนาคต ตัวอย่างเช่น ธุรกิจเกมออนไลน์ และ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เพราะจำนวนผู้ใช้งานที่ไม่แน่นอนอาจมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระบบ Cloud Computing จึงตอบโจทย์การใช้งานที่ประมาณการไม่ได้เพราะสามารถเพิ่มพื้นที่ข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่นกว่าแบบเดิม

4. องค์กรที่ต้องการขยายพื้นที่การใช้งาน

เพื่อตอบสนองจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการเติบโตขององค์กรหรือธุรกิจซึ่งระบบ Cloud Computing สามารถปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้นได้ตลอดเวลา จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการรองรับข้อมูลที่มากขึ้นและมีประสิทธิภาพในการทำงานดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้นยังมีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่ามากกว่าระบบเดิมด้วย

5. องค์กรที่ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่

บางองค์กรหรือธุรกิจที่มีเป้าหมายในการเติบโตของอย่างก้าวกระโดดและมีลักษณะข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบ Cloud Computing จึงตอบโจทย์ในเรื่องของพื้นที่เป็นอย่างมาก เพื่อการเก็บข้อมูลและการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ

6. องค์กรที่ต้องการระบบประมวลผลรวดเร็ว

ด้วยขนาดพื้นที่ของระบบ Cloud Computing ที่ใหญ่จึงสามารถประมวลผลในระดับสูง รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม องค์กรจึงสามารถนำไปต่อยอดให้เข้ากับลักษณะการใช้งานหรือประเภทของธุรกิจเพื่ออำนวยความสะดวกที่คุ้มค่าได้มากขึ้น

 

สรุปเกี่ยวกับ Cloud Computing

จากที่ทราบกันไปแล้วก็ดูเหมือนว่าระบบ Cloud Computing จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่จะรองรับการเติบโตขององค์กรหรือธุรกิจในระยะยาวได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถช่วยเหลือทุกด้าน อย่างเช่น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้รวดเร็ว สะดวกสบาย มีระบบรักษาความปลอดภัย ยิ่งไปกว่านั้นที่น่าจะถูกใจเหล่าผู้บริหารก็คือสามารถกำหนดต้นทุนด้านไอทีได้ดีเกินคาด

Cloud Computing คือ

 

FAQ เกี่ยวกับ Cloud Computing

 

Cloud Computing ทำอะไรได้มากกว่านี้ไหม?

นอกจากความสามารถและข้อดีที่ได้กล่าวไปแล้ว ระบบ Cloud Computing ก็ยังมีความสามารถอื่นๆ อีก อย่างเช่น ส่งเสริมด้าน Networking เพราะเปรียบเสมือนเป็นเครือข่ายการสื่อสารในการพูดคุยกัน การส่งต่อข้อมูลถึงกันได้ หรือการเป็น Software ระบบโปรแกรมที่จะคอยช่วยเหลือในการทำงานในองค์กรหรือธุรกิจ

Cloud Computing มีความปลอดภัยหรือไม่?

จากที่ได้กล่าวไปแล้วนั้นว่าระบบรักษาความปลอดภัยของ Cloud Computing อยู่ในระดับสูงจึงไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหลหรือการแฮกได้แน่นอน นอกจากนี้ยังระบบการป้องกันการเข้าถึงซึ่งบุคคลภายนอกไม่สามารถเห็นข้อมูลได้อีกด้วย

อนาคตของ Cloud Computing จะเป็นอย่างไร?

แน่นอนว่าในอนาคตระบบ Cloud Computing จะมีการพัฒนาขึ้นไปตามวิวัฒนาการของเทคโนโลยี โดยเฉพาะการนำปัญญาประดิษฐ์ที่เริ่มนำมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ต่างๆ มากขึ้น ซึ่งอาจจะถึงนำเขามาเสริมความสามารถของคลาวด์ก็เป็นได้

หากคุณคือเจ้าของธุรกิจที่สนใจสร้างแบรนด์ผ่านการสร้างแอปพลิเคชัน เพิ่มมูลค่า พาธุรกิจปัง  Digimusketeers ขอแนะนำบริการ Mobile Application Development คิดค้นพัฒนาแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ทุกระบบปฏิบัติการ Android/ iOS ที่ตรงใจคุณ ออกแบบ UX/UI ดีไซน์สวยงามและเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน ปลอดภัยและได้มาตรฐานในทุกขั้นตอนการพัฒนาและใช้งาน พัฒนาแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์แบรนด์ธุรกิจคุณ ติดต่อ 02-047-0088 หรือ แอดไลน์เพื่อปรึกษาเราฟรี

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับ แอปพลิเคชัน

คุณกำลังต้องการเพิ่มยอดขายออนไลน์ให้ธุรกิจของคุณอยู่หรือไม่

ปรึกษาฟรี!

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ของเรา

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับ
Manage Consent Preferences บันทึก