เหรียญมีสองด้านอย่างไร กระแสบนโลกออนไลน์ก็มีสองด้านอย่างนั้น ! เพราะฉะนั้นในยุคดิจิทัลที่ใด ๆ ก็อยากเป็นอินฟลูเอนเซอร์ เราจำเป็นจะต้องรู้จักวิธีการ รับมือทั้งกระแสด้านบวกและกระแสดราม่าด้านลบ (Negative Feedback) อย่างถูกต้องและเหมาะสม บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักวิธีการรับมือกับกระแสดราม่าเชิงลบอย่างมือโปร ช่วยรักษาภาพลักษณ์ Influencer ให้น่าเชื่อถือ
กระแสเชิงลบ เกิดขึ้นได้จากอะไรบ้าง
ก่อนที่จะไปรู้จักวิธีการในการรับมือกับกระแสดราม่าในอาชีพอินฟลูเอนเซอร์ เราก็ควรรู้ถึงที่มาที่ไปและสาเหตุที่เป็นชนวนในการก่อให้เกิดดราม่าในโลกออนไลน์กันก่อน บอกเลยว่าหลายครั้งที่เกิดประเด็นดราม่าขึ้นบนโลกออนไลน์นั้นมาจากสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็น “เรื่องเล็ก ๆ” ที่บานปลายจนกลายเป็นประเด็นใหญ่โตได้ ไม่ว่าจะเป็น
การโดนเปรียบเทียบ
การทำเนื้อหาหรือใช้คำพูดเชิงเปรียบเทียบว่าอะไรดีกว่าหรือด้อยกว่า อาจทำให้เกิดความไม่พอใจจากกลุ่มผู้ใช้งานหรือจากกลุ่มแฟนคลับของสิ่งที่ถูกนำมาเปรียบเทียบได้ ซึ่งเป็นต้นเหตุในการถกเถียง ก่อดราม่า แสดงความคิดเห็นด้านลบ และอาจลุกลามใหญ่โตได้มากกว่าที่คิด
การสร้างเนื้อหาเชิงลบ
เกิดจากการที่ Influencer เลือกสร้างเนื้อหาที่เป็นเนื้อหาด้านลบออกมาขัดความคิดเห็น ทัศนคติ และกระแสของสังคม ทำให้เกิดกระแสตีกลับ เช่น การสร้างเนื้อหาที่ดูหมิ่น เหยียดหยามความเชื่อ ศาสนา หรือเรื่องเพศ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนมาก ๆ ในปัจจุบัน การสร้างเนื้อหาเชิงลบออกมาอาจส่งผลเสียมากกว่าแค่ดราม่าในโลกออนไลน์ อาจเกิดการฟ้องร้องดำเนินคดีกันในชีวิตจริงได้เลย
ความคิดเห็นจากผู้ติดตาม
บางครั้งกระแสดราม่าก็อาจไม่ได้มาจากตัวของ อินฟลูเอนเซอร์ เอง แต่อาจมาจากการที่เราไม่สามารถควบคุมความคิดเห็นจากบรรดาเหล่าผู้ติดตาม ที่ต่างคนก็ต่างความคิดเห็น อาจทำให้เกิดการบลัฟ การแซะ หรือการบุลลีกันผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ อินฟลูเอนเซอร์ ต้องให้ความระมัดระวัง และพยายามดูแล ควบคุมการแสดงคิดเห็นอย่างสุภาพบนพื้นที่โซเชียลมีเดียของตัวเองด้วยเพื่อป้องกันดราม่าที่บานปลาย
ฮาวทูรับมือกับกระแสเชิงลบอย่างมืออาชีพ
เมื่อพายุเข้า สิ่งแรกที่ อินฟลูเอนเซอร์ ต้องทำคือการตั้งสติ อย่าเพิ่งตื่นตระหนกจนทำอะไรวู่วาม รักษาสติและพิจารณาสถานการณ์อย่างรอบคอบคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด หากวิเคราะห์แล้วพบว่าเป็นความผิดพลาดของตัวเองจริง การแสดงความรับผิดชอบคือทางออกที่สง่างามที่สุด ควรออกมาขอโทษและยอมรับความผิดพลาดอย่างจริงใจ ไม่แก้ตัวด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะผู้ติดตามในปัจจุบันต้องการความจริงใจและความโปร่งใส การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา อธิบายข้อเท็จจริง และแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่จะแก้ไขปัญหา จะช่วยลดอุณหภูมิความเดือดดาลของสังคมลงได้
ในทางกลับกัน การตอบโต้ด้วยอารมณ์คือข้อห้ามร้ายแรงที่ไม่ควรทำเด็ดขาด การใช้อารมณ์ปะทะอารมณ์มีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงและลุกลามบานปลาย กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระพือให้ดราม่ารุนแรงขึ้น ควรเลือกตอบกลับอย่างสร้างสรรค์ ใช้ความเห็นอกเห็นใจในการสื่อสาร หรือหากเจอกับความคิดเห็นที่หยาบคายและไร้เหตุผล การเลือกที่จะนิ่งเฉยและไม่ตอบสนองในบางกรณีก็ถือเป็นการตอบโต้ที่ทรงพลังที่สุด การจัดการปัญหานั้นบางครั้งอาจต้องดึงบทสนทนาเข้าสู่ช่องทางส่วนตัว (Direct Message) เพื่อพูดคุยรายละเอียดและเยียวยาความรู้สึกของผู้ที่ได้รับผลกระทบ แทนที่จะโต้เถียงกันท่ามกลางสายตาคนนับล้าน
สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวเองในระยะยาว
หลังจากผ่านพ้นวิกฤตมาได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการฟื้นฟูและสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งกว่าเดิม การเรียนรู้จากความผิดพลาดคือกุญแจสำคัญ นำประสบการณ์อันเลวร้ายที่ผ่านมามาเป็นบทเรียนเพื่อปรับปรุงตนเองให้ดียิ่งขึ้น พัฒนาเนื้อหาที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อผู้ติดตามอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณยังคงเป็น influencer ที่น่าเชื่อถือ การสื่อสารกับผู้ติดตามอย่างสม่ำเสมอด้วยความจริงใจจะช่วยสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และกลายเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เกิดกระแสเชิงลบซ้ำรอยเดิมในอนาคต การสร้างแบรนด์บุคคลให้ยั่งยืนนั้นไม่ได้วัดกันที่ยอดไลก์เพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ความสามารถในการล้มแล้วลุก และการเติบโตขึ้นอย่างมีวุฒิภาวะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรับมือกระแสดราม่า อินฟลูเอนเซอร์
Influencer จำเป็นต้องมีทีมจัดการด้านกระแสบนโซเชียลหรือไม่ ?
การมีผู้ดูแลและประเมินความเสี่ยงของการเกิดกระแสด้านลบ ถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับอินฟลูเอนเซอร์ระดับบน ๆ ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก เช่น Macro Influencer หรือ Mega Influencer เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้รวดเร็ว ไม่บานปลายและเสื่อมเสียชื่อเสียง
จะป้องกันไม่ให้เกิดดราม่าได้อย่างไร
นอกจากการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดี การใช้คำพูดและภาษาที่ไม่ส่อเสียดก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแล้ว การป้องกันและยับยั้งดราม่า (Negative Feedback) ให้ทันท่วงทีก็คือการทำ Social Monitoring ช่องทางต่าง ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้อินฟลูเอนเซอร์สามารถรับรู้ได้ว่าตอนนี้กระแสของตัวเองกำลังถูกพูดถึงอยู่ในทิศทางใดบ้างนั่นเอง
กรณีไหนที่อินฟลูเอนเซอร์ไม่ควรออกมาโต้ตอบ
แม้ว่าการจัดการกระแสเชิงลบจะสำคัญและควรจัดการทันที แต่ก็มีบางกรณีที่อินฟลูเอนเซอร์สามารถเลือกไม่โต้ตอบได้ ซึ่งถือเป็นการหลีกเลี่ยงประเด็นดราม่าได้ดีกว่าการตอบโต้ เช่น
- ข้อความที่มีเจตนาปั่น หรือไม่มีสาระสำคัญ
- ความคิดเห็นด้านลบที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลงานหรือตัวอินฟลูเอนเซอร์เอง
- ข่าวลือที่ไม่มีหลักฐาน
- อื่น ๆ
สรุป
จะเห็นได้ว่าอาชีพอินฟลูเอนเซอร์นั้น แม้ในปัจจุบันนี้จะเป็นได้ง่ายเพียงแค่มีผู้ติดตามเยอะ ๆ และมีไอเดียในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ แต่การจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ดีและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ทั้งเชิงบวกและเชิงลบนั้นเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง เพื่อให้อินฟลูเอนเซอร์สามารถรักษาฐานผู้ติดตาม สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีประสิทธิภาพ สามารถยืนระยะได้อย่างยาวนานด้วยนั่นเอง
Digimusketeers เราให้บริการ Influencer & KOLs Marketing จัดหาอินฟลูเอนเซอร์ และ KOLs สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ผ่านรูปแบบการตลาดอินฟลูเอนเซอร์และ KOL ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ และทำให้ลูกค้าค้นหาเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายมากขึ้น พร้อมคิดกลยุทธ์การโฆษณา และให้คำแนะนำและดูแลการทุกขั้นตอน
ให้ Digimusketeers ดูแลธุรกิจของคุณ ติดต่อ 02-047-0088 หรือ
ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย






