9 Trends สำคัญสำหรับ Social Media ที่ควรรู้ เตรียมพร้อมรับมือปี 2022

Digimusketeers
27 November 2021

ใกล้หมดปีอย่างรวดเร็วซึ่งโลกของออนไลน์ก็ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่โซเชียลมีเดียยังคงเป็นอาวุธเด็ดสำคัญในการทำแคมเปญการตลาดอยู่ แต่ถึงกระนั้นแพล็ตฟอร์มต่างๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงมากเช่นกัน รวมไปถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคด้วย กับปี 2022 ที่จะถึงนี้คุณเตรียมพร้อมหรือยังที่จะพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เมื่ออาวุธในมือของคุณเปลี่ยนไป ดังนั้น เรามาศึกษาเทรนด์และแนวโน้มของโซเชียลมีเดียในปีหน้ากันกว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง และเราควรเตรียมพร้อมอย่างไร

9 Social Media Trends for 2022

1. จับตา TikTok จะกลายเป็นโซเชียลมีเดียที่สําคัญที่สุด ในการทำการตลาด

ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า Facebook และ Instagram ครองอันดับ 1 ในใจนักการตลาดโซเชียลฯ ส่วนใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มันเติบโตเร็วที่สุดมีผลตอบแทนจากการลงทุนสูงสุด (ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมของคุณ) แต่นั่นคือช่วงเวลาที่คุณสามารถออกไปไหนต่อไหนได้ แต่เมื่อต้องล็อกดาวน์โซเชียลอย่าง TikTok ก็พุ่งทะยานมีคะแนนเกิน 1 พันล้านครั้งในเดือนกันยายน ปี 2021 นั่นทําให้กลายเป็น โซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับ 7 ของโลก

ต้นปีเดือนมกราคม ปี 2021 TikTok ก็มีผู้ใช้ถึง 689 ล้านคน เพิ่มขึ้น 45% ในเวลาไม่ถึงปี ในขณะที่ฐานผู้ใช้งานทั่วโลก เพิ่มขึ้น 1,157% ระหว่างปี 2018 ถึง 2020 ขณะที่ผู้ใช้ที่ใช้งานรายเดือนของ Instagram เติบโตขึ้นในอัตรา 6% ในปี 2020 น่าสนใจยิ่งกว่าเมื่อแนวโน้มการค้นหาของ Google แสดงให้เห็นว่า TikTok ครองเนื้อหาวิดีโอสั้นของ Instagram อย่างสมบูรณ์ ในปีที่ผ่านมาความต้องการผ่านการเสิร์ช TikTok เพิ่มขึ้น 173% แต่ความต้องการการเสิร์ชสําหรับ Instagram Reels เพิ่มขึ้นเพียง 22% เท่านั้น และมันลดลง 33% สําหรับ IG Story แต่แม้จะมีการเติบโตอย่างรวดเร็วของ TikTok แต่ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ก็ยังลังเลที่จะลงทุนในเครือข่ายนี้

นั่นอาจทำให้ TikTok เปิดตัวเครื่องมือทางธุรกิจที่เป็นประโยชน์มากมาย ในปี 2020 และ 2021 รวมถึงโปรไฟล์ธุรกิจโฆษณาและตลาดครีเอเตอร์ นี่อาจเป็นเหตุผลที่ธุรกิจรู้สึกมองโลกในแง่ดีมากขึ้นในปีนี้ ซึ่งน่าจะมีประโยชน์และทำให้ธุรกิจหันมาจับช่องทางนี้มากขึ้น

2. เทรนด์ของการใช้เม็ดเงินโฆษณาไปกับเครือข่ายขนาดเล็ก

แม้จากแนวโน้มโซเชียลมีเดียทั้งหมด อันนี้อาจเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะรีเสิร์ชใหม่แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคอาจเปิดกว้างต่อการโฆษณาในช่องทางเล็ก ๆ เช่น TikTok, Snapchat และ Pinterest มากกว่าเครือข่ายสังคมที่ใหญ่กว่า

  • การศึกษาโดย Kantar ซึ่งได้รับความยินยอมจาก TikTok พบว่าผู้ บริโภคจัดอันดับโฆษณา TikTok ว่าเป็นโฆษณาที่สร้างแรงบันดาลใจและสนุกสนานมากกว่าโฆษณาบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ
  • การศึกษาของ Nielson ที่ได้รับความยินยอมจาก Snapchat พบว่าโฆษณาบน Snapchat เข้าถึงได้มากกว่าโฆษณาทางทีวีและนําไปสู่การรับรู้และเจตนาในการซื้อที่มากขึ้น
  • การศึกษาธุรกิจของ Pinterest แสดงให้เห็นว่าโฆษณาบน Pinterest มี ROI สูงกว่าและอัตรา Conversion ที่ถูกกว่าโฆษณาบนเครือข่ายสังคมอื่นๆ

Google Search Trends ยังแสดงความต้องการการค้นหาที่เพิ่มขึ้นในช่วงสองปีที่ผ่านมา สําหรับโฆษณาบนเครือข่ายเหล่านี้ โดยมี TikTok เป็นผู้นําแถวหน้าที่มีความต้องการสูง

ความต้องการในเครือข่ายขนาดเล็กเป็นไปได้ว่า อาจจะเป็นเพราะความต้องการของการโฆษณาบนเครือข่ายเหล่านี้ ยังไม่อิ่มตัว หากเทียบกับ Facebook หรือ Instagram ซึ่งผู้ใช้อาจจะรู้สึกเบื่อหน่ายกับโฆษณาบนเครือข่ายใหญ่มากขึ้น

อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือ เกิดการกระจายตัวของกลยุทธ์โฆษณาในช่วงต้น ปี 2021 เมื่อ Apple iOS 14 อัปเดตและประกาศในนโยบาย “เลือกใช้การติดตามโฆษณา” สำหรับผู้ใช้งาน Apple ทุกคน ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายบน Facebook

ในขณะที่ TikTok, Pinterest และ Snapchat ทั้งหมดสนับสนุนให้ผู้ลงโฆษณา ทําให้โฆษณาอย่าง “พอดี” กับออแกนิกคอนเทนต์ที่โพสต์โดยผู้ใช้ทั่วไป ผลลัพธ์คือได้ชมโฆษณาที่สนุกมากขึ้นและรบกวนผู้ใช้งานน้อยลงซึ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจ

กรณีศึกษาจากแบรนด์เครื่องสำอาง MAKE UP FOREVER ทําโฆษณาบน TikTok แคมเปญการเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) มันมีการทดสอบครีเอเตอร์และตรวจสอบรากฐานใหม่ตามที่พวกเขาทําในช่องของตัวเอง ผลปรากฏว่า แคมเปญนี้สร้างการแสดงผลมากกว่า 11 ล้านครั้ง และการดูวิดีโอ 10 ล้านครั้งเลยทีเดียว

คำแนะนำ

  • ดู Enagaement ของคุณในทุกแพลตฟอร์ม แม้ว่าจะเป็นโซเชียลขนาดเล็กก็อาจสร้างประสิทธิภาพได้อย่าได้ละเลย
  • ศึกษาคอนเทนต์ของผู้คนที่โพสต์บนโซเชียลฯ เพื่อปรับแต่งให้เกิดความน่าสนใจต่อแบรนด์มากขึ้น
  • ทดลองใช้การสร้างโฆษณาบนโซเชียลฯ นั้น หรือทดสอบกับโซเชียลฯ ใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณลดความสำคัญของการใช้งานบนออแกนิกคอนเทนต์ก็อาจจะต้องนำมาทบทวนอีกครั้ง

3. นักช้อปมีแนวโน้มจะซื้อสินค้าโดยตรงบนโซเชียลมีเดีย

ก่อนการระบาดใหญ่ โซเชียลคอมเมิร์ซ(Social Commerce) เป็นโอกาสที่สดใสสําหรับธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีเทคโนโลยีที่ดีรองรับ ส่วนหนึ่งเพราะการเสพโซเชียลมีเดียมากขึ้น รวมไปถึงการล็อกดาวน์อยู่บ้านมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมาก็ทำให้เกิดการระเบิดของการเกิดโซเชียลคอมเมิร์ซและสิ่งนี้ก็ยังคงอยู่ต่อไป

ทั้งนี้ eMarketer คาดการณ์ว่าโซเชียลคอมเมิร์ซ จะเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตสูง มีมูลค่า 80 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2025 ซึ่งอาจจะสูสีเทียบเคียงได้กับการเติบโตของอีคอมเมิร์ซเลยทีเดียว (อีคอมเมิร์ซมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 18% ในปี 2020)

นอกจากนี้ 81% ของนักช้อป ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อค้นหาแบรนด์ใหม่และศึกษาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในช่วงก่อนการระบาดใหญ่ ธุรกิจจํานวนมากเองก็พบว่าการให้ผู้ใช้ (นักช้อป) เหล่านั้นได้ชําระเงินภายในแอพเดียวกันนั้นก็เหมาะสมดี ไม่ต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ซึ่งหลายๆ แพล็ตฟอร์มก็เริ่มปรับตัวให้มีระบบการชำระเงินภายในตัวมากขึ้น หรือแม้แต่การ LIVE สดวิดีโอ ก็พยายามตอบสนองความต้องการนี้มากขึ้นเช่นกัน

คำแนะนำ

แม้ว่าโซเชียลคอมเมิร์ซอาจจะไม่ได้มาแทนที่อีคอมเมิร์ซในเร็วๆ นี้ แต่ขึ้นอยู่กับธุรกิจของคุณด้วยว่าเหมาะแค่ไหน อย่างไรก็ตาม คุณก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ แต่ควรลองออกแบบประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซด้วยเช่นกัน

  • หากคุณขายสินค้าให้กับผู้คน ให้ตั้งค่าร้านค้าบน Facebook และ/หรือร้านค้า Instagram หรือทดสอบพินผลิตภัณฑ์บน Pinterest ด้วย
  • มีความยืดหยุ่นในการออกแบบในร้านค้าเหล่านี้ โดยเฉพาะการสร้างประสบการณ์ของลูกค้าให้ราบรื่นกับแบรนด์ของคุณเท่าที่จะทําได้
  • ไม่ต้องกังวลกับสินค้าคงคลังทั้งหมดของคุณ มุ่งเน้นไปที่การดูแลรายการที่คุณคิดว่าผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียของคุณจะรู้สึกชื่นชอบที่สุด
  • ทดลองกับโพสต์ที่ซื้อได้หรือแม้แต่โฆษณา! วิธีนี้จะช่วยให้ลูกค้าเห็นผลิตภัณฑ์ของคุณในบริบท แล้วเกิดการกดสั่งซื้อ

4. แนวโน้มที่ลูกค้าจะไม่คุยกับคุณทางโทรศัพท์อีกแล้ว

ในช่วงของล็อกดาวน์ นอกจากพบปัญหาของเรื่องพนักงานที่ไม่สามารถออกไปทำงานได้ พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปเมื่อเขาพบว่า ความต้องการของเขาสามารถได้รับคำตอบได้ผ่านโซเชียลมีเดียซึ่งทั้งสะดวกและรวดเร็ว

จากการสำรวจของ Nielsen ที่ได้รับมอบหมายจาก Facebook พบว่า 64% ของผู้คน ระบุว่า พวกเขาต้องการส่งข้อความแทนที่จะโทรหาร้านค้าหรือแบรนด์ และจากข้อมูลของ Gartner ทำนายว่าในปี 2023  60% ของคําขอบริการลูกค้า ทั้งหมดจะได้รับการจัดการผ่านช่องทางดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความต้องการเพิ่มขึ้น แต่หลายองค์กรยังไม่พร้อมที่จะให้การสนับสนุนลูกค้าผ่านโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ การสํารวจการดูแลลูกค้าในปี 2022 ของ Hootsuite แสดงให้เห็นว่า 71% ขององค์กร ยังไม่ได้เริ่มลงทุนในการดูแลลูกค้าทางสังคมออนไลน์ หรือแม้แต่ยังไม่ได้วางแผนที่จะลงทุนเลย

คำแนะนำ

  • เริ่มคิดเกี่ยวกับกลยุทธ์การบริการลูกค้าบนโซเชียลมีเดีย
  •  สร้างเทมเพลตของการตอบสนองเฉพาะเครือข่ายออนไลน์ เพื่อตอบคําถามที่พบบ่อย
  •  ให้ลองใช้แชทบอทเพื่อปรับปรุงการตอบคำถามแบบอัตโนมัติ
  •  ผสานการสนทนาการบริการลูกค้าของคุณในเครื่องมือเดียว เพื่อความสะดวกและง่าย
  •  ฝึกอบรมทีมการตลาดบนโซเชียลฯ โดยเฉพาะในแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด สําหรับการสนับสนุนลูกค้าซึ่งดีกว่าการจ้างตัวแทนบริการลูกค้าบนช่องทางโซเชียลฯ

5. เทรนด์ของ ‘คลิปวิดีโอสั้น’ ที่กำลังมาแรง

ตามที่ บริษัท ซอฟต์แวร์การโฮสต์วิดีโอ Vidyard เปิดเผยระบุว่า 60% ของวิดีโอทั้งหมดที่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตในปี 2020 มีความยาวน้อยกว่า 2 นาที ซึ่งสถิตินี้กำลังสะท้อนระยะเวลาความยาวของวิดีโอบนแพล็ตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

สองปีที่ผ่านมาด้วยการถือกําเนิดของ IGTV และ Facebook Watch มีช่วงเวลาที่เราทุกคนคิดว่าวิดีโอแบบยาวเป็นอนาคต โดยที่ YouTube ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในวิดีโอการศึกษาแบบยาวเป็นวิดีโอที่ให้รางวัลที่ผ่านมาสู่เวลาที่ 10 นาที และ Facebook ต้องการแข่งขันในเวทีเดียวกัน

ธุรกิจเร่งทํา “ละครโทรทัศน์” (tv series) สําหรับแพลตฟอร์มโซเชียลของพวกเขา แม้แต่ “วิลล์ สมิธ” นักแสงดฮอลลีวู้ด ยังบรรยายในรายการ IGTV สําหรับเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก และดูเหมือนว่าไม่เฉพาะ Facebook ที่แข่งเบียดกับ Youtube แต่บรรดา TV เน็ตเวิร์กก็ต้องต่อสู้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ต้องทบทวนใหม่เมื่อการมาถึงของ TikTok ยังแผ่นดินอเมริกาเหนือ หรือแม้แต่การเปิดตัว Reels บน Instagram เมื่อปลายปี 2020 ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็แทบจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว

แทบจะไม่มีใครพูดถึง IGTV หรือแม้แต่ Facebook Watch อีกต่อไป และแม้แต่ YouTube ซึ่งเป็นป้อมปราการสุดท้ายของวิดีโอแบบยาวบนโซเชียลมีเดีย ก็เปิดตัวรูปแบบใหม่ นั่นก็คือ YouTube Shorts

ความสําเร็จของ Reels และ TikTok เป็นไปตามความสําเร็จของ Stories (รูปแบบวิดีโอสั้น อีกรูปแบบหนึ่ง) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2018 ถึง 2020 น่าเสียดายที่ Facebook ไม่ได้อัปเดตจํานวนผู้ใช้ 500 ล้านคนสําหรับ Stories ตั้งแต่การเปิดตัว Reels ในปี 2020 ดังนั้นเราจึงไม่สามารถบอกได้ว่ามันเติบโตขึ้นหรือไม่

สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้ใช้โซเชียลมีเดียจะไม่ได้เพียงแค่ดูวิดีโอแบบสั้นๆ แต่พวกเขาต้องสนุกสนานและมีส่วนร่วมด้วย และผลสํารวจแนวโน้มโซเชียลมีเดียในปี 2022 ของ Hootsuite แสดงให้เห็นว่าแบรนด์และธุรกิจชอบทำวิดีโอสั้นๆ มากเช่นกัน โดยเกือบ 40% ของแบรนด์และธุรกิจที่ตอบแบบสอบถาม ระบุว่าพวกเขาใช้วิดีโอสั้นๆ เพื่อขายสินค้าและบริการ

คำแนะนำ

  • หากเป้าหมายของคุณคือการเข้าถึงผู้ติดตามใหม่ๆ ให้ทดลองใช้วิดีโอ TikTok
  • หากเป้าหมายของคุณคือการดึงดูดผู้ชม ดังนั้น Instagram ที่มีอยู่ใช้ได้ โดยปรับให้ทดลองใช้ Reels
  • หากประสบความสำเร็จจากการใช้วิดีโอสั้นๆ บนแพล็ตฟอร์มอื่นๆ ลองให้หยิบนำมาใช้ข้ามแพล็ตฟอร์มดู พร้อมจดสถิติเอาไว้ใช้ในการปรับปรุงครั้งต่อไป

6. แนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของ Influencer บนโซเชียลมีเดียต่างๆ

เศรษฐกิจของเหล่า Creator นับว่าเฟื่องฟูมากในยุคนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตโรคระบาดด้วย ทำให้ผู้คนเริ่มมองหาวิธีสร้างรายได้ใหม่ๆ หลากหลายช่องทาง แต่อย่างไรก็ตาม การร่วมงานกับ Creator ที่ว่านั้นเราไม่ได้หมายถึงดาราเบอร์ใหญ่ แต่เรากำลังมองหากลุ่มเล็กๆ คนทั่วไปที่จะสร้างรายได้จากงานอดิเรกบนโซเชียลมีเดีย

ทั้งนี้ Creator จึงครอบคลุมทั้งคนที่มีอิทธิพลทางการตลาด ซึ่งรวมไปถึงคนที่เป็นมืออาชีพและกลุ่มสมัครล่นด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีแรงจูงใจจากการมีสปอนเซอร์ชิพ หรือร่วมงานกับแบรนด์นั่นเอง

ทั้งนี้ ในปี 2022 มีธุรกิจตั้งเป้าที่จะใช้จ่าย 15 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ไปกับการทำ Influencer Marketing เฉพาะที่สหรัฐฯ ก็มีการคาดการณ์ว่า 72.5% ของนักการตลาด จะใช้ประโยชน์จากการตลาด Influencer Marketing  เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

คำแนะนำ

  • กําหนดกลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการเข้าถึง และศึกษาแพลตฟอร์มที่พวกเขาใช้อยู่
  • ศึกษาดูตลาดครีเอเตอร์ เพื่อสร้างรายชื่อผู้ที่มีกลุ่มเป้าหมายตรงกับลูกค้าของเรา
  • เตรียมบัดเจ็ทให้พร้อม ศึกษาเรตราคาให้ดี หรือแม้แต่การสนับสนุนในทางอื่นนอกจากเงินแล้วสามารถเป็นอย่างอื่นก็ได้ ซึ่งมี Creator หลายคนก็เต็มใจที่จะรับ   

 7. แนวโน้มของการซื้อโฆษณาบนโซเชียลมีเดียที่จะเพิ่มมากชึ้น

จากการสํารวจแนวโน้มโซเชียลมีเดีย ปี 2022 ของ Hootsuite พบว่า 43% เกิดการลดลงของโพสต์แบบออร์แกนิก ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มบัดเจ็ทในส่วนของการโฆษณาบนโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อันนี้ยังเป็นแค่ภาพรวมของธุรกิจทั่วไป ในขณะที่ ธุรกิจประเภทขนาดเล็กถึงกลางระบุว่า การลดลงของการเข้าถึงแบบออร์แกนิกเป็นความท้าทายอันดับ 1 ซึ่งส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะใช้งบฯ ในส่วนการซื้อมีเดียมากขึ้น

ทั้งนี้ การเข้าถึงแบบออร์แกนิกโดยเฉลี่ยสําหรับโพสต์ Facebook คือ 5.2% ซึ่งนั่นก็ยังเป็นสัญญาณที่ดี และจะดีขึ้นไปอีกหากคุณมีการกำหนดงบฯ ประมาณในการซื้อโฆษณาให้มันเพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นแบ็คอัป และยังรวมไปถึงการขยับไปยังแพล็ตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ ด้วย เพื่อขยายพื้นที่ให้ไปไกลได้มากขึ้น เช่น TikTok ที่กำลังมาแรงในตอนนี้

แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกแพล็ตฟอร์มไหน ก็ต้องไม่ลืมกำหนดกลุ่มเป้าหมายของคุณไว้เป็นพื้นฐานสำคัญด้วย

คำแนะนำ

  • ใช้เนื้อหาโซเชียลมีเดียแบบออร์แกนิกควบคู่ไปกับการซื้อด้วย เพื่อเพิ่มการรับรู้และเข้าถึงแบรนด์ พร้อมมอบการบริการลูกค้าและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้ชม ไปตลอด Customer Journey
  • ทดลองใช้การโปรโมตโพสต์ยอดนิยมของคุณ เพื่อโอกาสในการเข้าหาลูกค้ารายใหม่

8. แนวโน้มและความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของ Social Listening

ในช่วงแรกๆ ของการระบาดโควิด-19 หลายธุรกิจร่วมโดดลงใน Social Listening เพื่อเอาไว้ติดตามความสนใจลูกค้าแบบเรียลไทม์ แต่เมื่อการระบาดเริ่มกินเวลานานก็เกิดการเปลี่ยนแปลงมุมของธุรกิจ โดยหลายแห่งเริ่มให้ความสำคัญกับ Social Listening เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปพร้อมกับเพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงความผิดพลาดของแผน PR

แนวโน้มนี้ได้รับการสนับสนุนจากข้อมูลจากการสํารวจแนวโน้มโซเชียลมีเดียปี 2022 ของ Hootsuite ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่กล่าวว่าพวกเขาเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า Social Listening มีมูลค่าเพิ่มขึ้น สําหรับองค์กรของพวกเขาในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้เรายังเห็นว่าความต้องการคําหลักเช่น “ Social Listening” และ “ Social Listening Tools” เพิ่มขึ้น 22% เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งหมายความว่าผู้คนจํานวนมากกําลังตามล่าเพื่อค้นหาว่า Social Listening คืออะไรหรือซื้อเครื่องมือสําหรับธุรกิจของพวกเขาได้อย่างไร

9. จับตาแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของแพล็ตฟอร์มโซเชียลฯ ในรูปแบบเสียง และการลงทุนที่มากขึ้น

Clubhouse เปิดตัวในเดือนเมษายน 2020 แต่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงต้นปี 2021 ขณะที่ Twitter เปิดตัวแพลตฟอร์มเสียงโซเชียล Spaces อย่างรวดเร็วหลังจากนั้น และ Facebook ยังมีรายงานว่าพยายามเข้าสู่รูปแบบแพล็ตฟอร์มของการใช้ “เสียง” ด้วยเช่นกัน

ทั้งหมดนี้ทำให้มีการจับตาเรื่องของเทรนด์การใช้เสียงผ่านสังคมโซเชียลมีเดีย ว่าจะมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ และจะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ซึ่งจากการสำรวจคยามเห็นที่ลงลึกไปอีกว่า แล้วจะมีแผนที่จะลงทุนกับมันหรือไม่ ก็พบว่าเป็นไอเดียหรือแผนที่อยู่ในใจของผู้บริหารส่วนใหญ่เช่นกัน

นอกจากนี้ผลสำรวจยังแยกย่อยลงไปอีกว่า ผู้บริหาร หรือบริษัทขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ วางแผนที่จะลงทุนไปกับโซเชียลมีเดียในรูปแบบเสียง โดยเป็นการร่วมงานกับฝั่ง KOL ที่บริษัทที่ความมั่นใจว่าจะให้ผลตอบแทนกลับมากับการลงทุนด้วย ซึ่งก็สมเหตุสมผลมากทีเดียว กับการทำงานร่วมกันผ่าน KOL และถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ทำงานแพล็ตฟอร์มโซเชียลรูปแบบเสียง เพราะมันสามารถดึงกลุ่มคนจำนวนมากได้ ซึ่งสำหรับธุรกิจหรือแบรนด์ขนาดใหญ่ที่ค่อข้างมีบัดเจ็ทก็ไม่ควรพลาดที่จะลองทำแคมเปญผ่านช่องทางนี้

อย่างไรก็ตาม อาจจะยังไม่แนะนำสำหรับธุรกิจขนาดเล็กๆ เพราะรูปแบบนี้ไม่ใช่ราคาที่ถุกเลย ในขณะที่ผลสตอบรับก็ยังไม่ชัดเจน แม้แต่ Clubhouse ก็มีจุดเริ่มต้นไม่ได้ทำเพื่อรูปแบบทางธุรกิจแต่อย่างใด ดังนั้น แพล็ตฟอร์มโซเชียลฯ เสียง จึงไม่ได้จะเหมาะกับทุกคน

คำแนะนำ

  • คุณไม่จําเป็นต้องเลือกแพลตฟอร์มเสียงโซเชียลฯ ใดแพลตฟอร์มหนึ่ง หรือเลือกมากกว่าอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง แต่คุณควรเริ่มคิดว่าธุรกิจของคุณสามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มเสียงโซเชียลฯ ได้อย่างไร
  • เริ่มลองใช้งานดู เช่น เล่นกับการใช้ Spaces เพื่อดึงดูดชุมชนที่มีอยู่ของคุณบน Twitter ลอง Clubhouse เพื่อเชื่อมต่อกับผู้ติดตามหน้าใหม่ๆ
  • เลือกสร้างคนของคุณเอง ให้สามารถติดต่อสื่อสารระหวางแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายบนแพลตฟอร์มเสียง แล้วให้ทำคอนเทนต์ขึ้นมาสำหรับแบรนด์ของคุณเอง
  • แต่หากไม่มีใครเหมาะสมก็อาจต้องพิจารณาการเป็นพันธมิตรกับ KOL หรือกลุ่ม Influencer ที่ตรงกับแบรนด์ของคุณ เพื่อเป็นเจ้าภาพการพูดคุยในของแบรนด์ก็ได้

ทั้งหมดนี้คือ 9 เทรนด์สำคัญของ Social Media ที่น่าจะเป็นเพิ่มสูงขึ้นในปี 2020 แต่การติดตามเพื่อรอข้ามปีอาจจะสายเกินไป แต่ถ้าได้ลงมือทดลองทดสอบทำตอนนี้ก็อาจจะเป็นการเตรียมพร้อมที่ดีมากกว่าที่จะรอให้ช้าเกินไป.

SHARES
×

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ของเรา

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับ
Manage Consent Preferences บันทึก