เคล็ดลับการเขียนข้อความโฆษณา Google Ads ให้มีประสิทธิภาพ

M.Veena, 29 September 2021

นอกจากเป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการในการค้นหาข้อมูลแล้ว Google ยังมีบทบาทด้านการโฆษณาเป็นอย่างมากด้วย โฆษณา Google Ads คือ อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของ Google ที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อให้คนทั่วไปสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการโปรโมทธุรกิจ ผ่านการค้นหาบน Google, YouTube และเว็บไซต์อื่น ซึ่งโฆษณาของกูเกิลนี้นอกจากจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้จำนวนมากและมีประโยชน์ในการสร้างการรับรู้แบรนด์แล้ว ยังถือว่าเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ (และเพิ่มยอดขาย) อีกด้วย
โฆษณา Google ads | Digimusketeers

รูปภาพจาก: https://support.google.com/google-ads/answer/6227565?hl=th


ปัจจุบันการทำโฆษณาผ่าน
Google Ads มีทั้งแบบ Search Ads, Display Ads, Video Ads, Shopping Ads, และ App Ads แต่ไม่ว่าโฆษณารูปแบบไหน ก็ต้องมีเครื่องมือค้นหา (Search Engine) และคำค้นหา (Keywords) เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น ดังนั้น หากต้องการให้โฆษณาได้ผล สามารถสร้าง CTR หรือ Clickthrough Rate พาลูกค้าเข้ามาหน้าร้านออนไลน์ได้เยอะ ๆ ก็ต้องเขียนข้อความโฆษณาให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและข้อกำหนดของ Google มากที่สุด และต่อไปนี้คือเทคนิคพื้นฐานในการเขียนข้อความโฆษณาบน Google Ads ที่ผู้เขียนรวบรวมมาจากแนวทางที่กูเกิลแนะนำและหลักพฤติกรรมของผู้บริโภคโดยทั่วไป

#1 โดดเด่นเหนือคู่แข่ง ด้วยการสร้างไฮไลต์ที่แตกต่างออกไป

เทคนิคแรกในการเขียนโฆษณา Google Ads คือควรเลือกนำเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและดึงดูดของสินค้าและบริการมาใช้ให้เป็นประโยชน์ โดยข้อความโฆษณาต้องบอกข้อได้เปรียบที่ลูกค้าจะได้รับให้ชัดเจน เช่น ส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ ซ่อมแอร์ด่วน ใน 1 ชม. ฯลฯ เทคนิคนี้ยังใช้ได้ผลดีเมื่อคู่แข่งเป็นยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดอยู่แล้วด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณขายข้าวสารออนไลน์ แล้วพบว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อข้าวสารจากห้างขนาดใหญ่มากกว่า เพราะมีราคาถูกกว่าและมีตัวเลือกมากกว่า คุณอาจจะไม่พูดถึงราคาและตัวเลือก แต่นำประเด็นเรื่องการช่วยอุดหนุนเกษตรกรรายย่อย หรือโรงสีขายเองโดยตรงมาใช้ในการสร้างคีย์เวิร์ด

 

#2 คีย์เวิร์ดคือหัวใจของการทำโฆษณา Google Ads

ในการทำโฆษณาบนกูเกิลการเลือกคีย์เวิร์ดหรือคำค้นหามีความสำคัญมาก เพราะมีส่วนช่วยเพิ่มคะแนน Quality Score หรือคะแนนคุณภาพของคีย์เวิร์ด ซึ่งคะแนนนี้คือตัววัดคุณภาพความสอดคล้องระหว่างคีย์เวิร์ดที่ใช้และแคมเปญโฆษณา ถ้าหากได้คะแนน Quality Score สูง โฆษณาก็จะมีโอกาสไปแสดงบนหน้าค้นหาของกูเกิลมากขึ้นและทำให้มีราคาค่าคลิกถูกลงด้วย

วิธีคิดหาคีย์เวิร์ดคือให้คิดเสมือนว่าคุณเป็นลูกค้า เช่น ถ้าคุณต้องการซื้อรองเท้าผ้าใบมาใส่วิ่ง คุณจะพิมพ์คำค้นหาว่าอะไร จากนั้นให้นำคำหรือวลีเหล่านั้นมาใช้อธิบายสินค้าและบริการ สิ่งที่ควรรู้อีกอย่างคือการเลือกใช้คีย์เวิร์ดกว้าง ๆ จะเหมาะสำหรับร้านที่มีสินค้าและบริการหลากหลายและต้องการเข้าถึงคนกลุ่มใหญ่มากกว่า แต่ถ้าสินค้าไม่ได้มีหลายประเภทนักควรใช้คีย์เวิร์ดที่แคบลงมาอีก เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น ร้านขายรองเท้า อาจจะเลือกทำโฆษณาโดยใช้คีย์เวิร์ดว่ารองเท้ากีฬา รองเท้าวิ่ง รองเท้าวิ่งผู้หญิง รองเท้าแตะแฟชั่น ฯลฯ จำไว้ว่าคีย์เวิร์ดที่มีความหมายกว้างการแข่งขันจะสูงกว่า และหากมีคีย์เวิร์ดที่หลากหลายก็ควรปรับโครงสร้างโฆษณาให้เหมาะสมด้วย ในเรื่องนี้เอเจนซี่ส่วนใหญ่แนะนำตรงกันว่าในหนึ่งกลุ่มโฆษณา (Ad Group) ไม่ควรมีคำค้นหาหรือคีย์เวิร์ดมากกว่า 3 คำหลัก และทั้งหมดควรเป็นคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกัน

Source: https://support.google.com/google-ads/answer/2375404

นอกจากนี้ ไม่ว่าจะทำโฆษณาแบบข้อความที่ขยายออก (Expanded Text Ads, ETA) หรือโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ (Responsive Search Ads, RSA) ก็ควรศึกษาหาตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดในการวางคีย์เวิร์ดในข้อความโฆษณาด้วย เช่น วางไว้ใน Headline, Description หรือ Display Path รวมถึงควรศึกษารูปแบบการทำงานของคีย์เวิร์ดแบบต่าง ๆ เพิ่มเติมว่าควรใช้แบบ +keyword, “keyword” หรือแบบ – [keyword]

และต้องไม่ลืมตรวจสอบด้วยว่าหน้าเว็บที่ลิงก์ไปนั้น (Landing Page) มีสินค้าและบริการและคีย์เวิร์ดที่สอดคล้องกับชิ้นงานโฆษณาแล้วหรือยัง

 

#3 ดึงดูดความสนใจ ด้วยข้อเสนอพิเศษ ราคา ตัวเลข ระยะเวลา ฯลฯ 

ลูกค้าที่มาเสิร์ชหาสินค้าและบริการใน Google ส่วนใหญ่คือผู้ที่ต้องการซื้ออยู่แล้ว ธรรมชาติทั่วไปของคนกลุ่มนี้ก็มักต้องการทราบราคา รวมถึงสิทธิพิเศษที่พวกเขาจะได้รับ ดังนั้น การแจ้งราคาและโปรโมชั่นไว้ในข้อความเลยจะช่วยให้พวกเขาตัดสินใจง่ายขึ้น นอกจากนี้ การระบุตัวเลขยังเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับโฆษณาด้วย เช่น เสื้อยืดที่ขายดีอันดับหนึ่งฟังดูน่าเชื่อถือน้อยกว่าขายเสื้อยืดนี้ไปแล้ว 5,000+ ตัว และยิ่งบอกชัดเจนได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะมีผลวิจัยชี้ว่าคนชอบคลิกแอดที่แสดงตัวเลขที่เป็นจำนวนนับจริง ๆ เช่น ซื้อตอนนี้ประหยัดเลยทันที 459 บาท มากกว่าโฆษณาที่บอกตัวเลขโดยประมาณ ส่วนการแจ้งระยะเวลาที่จำกัด เช่น ราคาพิเศษมีเพียง 3 วันนี้เท่านั้น ก็ถือเป็นตัวเร่งให้คนตัดสินใจง่ายขึ้นเช่นเดียวกัน และนอกจากตัวเลขและข้อเสนอพิเศษแล้ว การใช้ข้อความที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความรู้สึกของคนก็ช่วยดึงดูดความสนใจได้ดีไม่แพ้กัน

รูปภาพ: ตัวอย่างการใช้ข้อความที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกในโฆษณา Google Ads

 

#4 เร่งเร้าให้ตอบสนอง ด้วยการใช้คำประเภท Call to Action

Call to Action หรือ CTA คือ การบอกว่าต้องการให้ลูกค้าทำอย่างไรต่อไป หรือบอกวิธีติดต่อ เช่น ซื้อเลย โทรเลย สั่งซื้อวันนี้ ลงชื่อสมัครที่นี่ หรือ รับใบเสนอราคา คำประเภทนี้มีความสำคัญมากและขาดไม่ได้เลยในการเขียนโฆษณา เพราะวัตถุประสงค์ในการทำโฆษณาก็คือต้องการให้ผู้ที่เห็นโฆษณาตัดสินใจกระทำการบางอย่าง ดังนั้น ในข้อความที่ใช้ก็ต้องไม่ลืมบอกให้พวกเขาทราบอย่างชัดเจนด้วย ตำแหน่งของ CTA นี้อาจจะเลือกวางในส่วนของ Headline หรือ Description ก็ได้ตามความเหมาะสม และเมื่อใส่ CTA ในโฆษณาแล้ว ก็ต้องไม่ลืมตรวจดูด้วยว่าในหน้า Landing Page นั้นมี CTA ที่สอดคล้องกันแล้วหรือยัง

 

สรุปประเด็นน่าคิด

โฆษณา Google Ads มีพื้นที่จำกัดมาก ผู้ลงโฆษณาจำเป็นต้องใช้ทุกคำที่เขียนอย่างคุ้มค่า โดยเทคนิคการเขียนข้อความโฆษณาเบื้องต้น คือ ต้องหาจุดขายที่โดดเด่น หาคีย์เวิร์ดให้เหมาะสม เลือกใช้ถ้อยคำที่ดึงดูดและชัดเจน และสุดท้ายต้องไม่ลืมบอกวิธีที่ต้องการให้ลูกค้าดำเนินการต่อไปหลังจากดูโฆษณาด้วยและสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการยิง Ads ออนไลน์ หรือโปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก DigiMusketeers มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการทำโฆษณาออนไลน์ที่พร้อมให้คำแนะนำดีๆ ติดต่อเราได้ที่ www.digimusketeers.com ###

================================

ข้อมูลจาก

https://siteimprove.com/en/blog/how-to-write-google-ads-copy-that-gets-more-clicks/

https://www.searchenginejournal.com/writing-google-ad-copy/264669/#close

https://www.smeonline.rmutt.ac.th/63/?wpfb_dl=36

https://support.google.com/google-ads/answer/1704392?hl=th

Screen captured from https://www.youtube.com/watch?v=mxdelKnGybM&list=RDCMUCgl9rHdm9KojNRWs56QI_hg

 

คุณกำลังต้องการเพิ่มยอดขายออนไลน์ให้ธุรกิจของคุณอยู่หรือไม่

ปรึกษาฟรี!

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ของเรา

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับ
Manage Consent Preferences บันทึก