Web 3.0 คืออะไร..ทำไมนักการตลาด นักธุรกิจต้องรู้

Digimusketeers
23 March 2022

ในแวดวงของการตลาดออนไลน์ เคยได้ยินคำว่า “Web 3.0” กันมาบ้างไหม ? บางคนอาจจะรู้จักความหมายของคำนี้แล้ว แต่เราเชื่อว่ายังมีหลายคนที่ยังไม่เคยได้ยิน และไม่รู้ความหมายของคำว่า Web 3.0 อยู่แน่ ๆ แล้วเจ้า Web 3.0 เนี่ยมันเกี่ยวข้องกับการตลาดออนไลน์ หรือแบรนด์อย่างไร เป็นสิ่งสำคัญที่คนทำธุรกิจในช่องทางออนไลน์ต้องรู้หรือไม่ ? จะเกิดเทรนด์อะไรใหม่ขึ้นถ้าหากโลกของเราเดินทางไปสู่ยุค Web 3.0 แต่ก่อนจะไปถึง Web 3.0 ไปทำความรู้จักกับ Web 1.0 Web 2.0 กันก่อน จะได้เข้าใจง่ายขึ้น

 

Web1.0 / Web 2.0 / Web 3.0 คืออะไร ?

Web 3.0

ทั้ง Web 1.0, Web 2.0 และ Web 3.0 ที่ว่ามานี้มันคืออินเทอร์เน็ตนั่นเอง แต่มีรูปแบบที่ต่างกัน ไปดูกันว่าแต่ละรุ่นเป็นอย่างไร

Web 1.0

Web 1.0 เป็นยุคแห่งการสื่อสารทางเดียว หรือก็คือยุคของการใช้เว็บไซต์ในช่วงเริ่มแรกก่อน Web 3.0 เกิดขึ้นในปี 2532 ถูกคิดค้นโดยนักวิศวกรคอมพิวเตอร์หนุ่มที่มีชื่อว่า ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี ชาวอังกฤษ ประกอบไปด้วยชุดลิงก์และหน้าโฮมเพจที่ให้ผู้คนใช้สื่อสารข้อมูลโดยมีอินเทอร์เน็ตเป็นตัวกลางอย่าง ‘เวิล์ดไวด์เว็บ’ (World Wide Web) ใช้ชุดคำสั่งพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น HTML, HTTP และ URL แต่พวกเขาจะไม่สามารถโต้ตอบร่วมกับเว็บไซต์ได้ คนที่สามารถแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ได้ก็จะมีแค่เจ้าของที่เป็นผู้สร้างเว็บไซต์เท่านั้น ผู้ใช้งานจะทำได้แค่อ่านและเผยแพร่เนื้อหาไปให้ผู้ใช้งานคนอื่น ยกตัวอย่างเช่น เว็บข่าวสารต่าง ๆ กระทู้ถามความเห็น เว็บรับสมัครงาน และอีกมากมาย

Web 2.0

ต่อมาในช่วงปี 2548 ก่อนจะไปถึง Web 3.0 ก็คือยุคของ Web 2.0 เพราะในยุคของ Web 1.0 ผู้ใช้งานสามารถสื่อสารได้แค่ทางเดียว เว็บไซต์ไม่สามารถโต้ตอบกลับมาได้ จึงมีการพัฒนาเพิ่มเติมกลายเป็นอินเทอร์เน็ตยุค Web 2.0 ขึ้น เรียกกันว่าเวอร์ชันอ่านและเขียนคล้ายกับ Web 1.0 ต่างกันตรงที่สามารถโต้ตอบกันได้อย่างอิสระ เป็นการสื่อสารสองทางทั้งผู้ใช้งานและผู้สร้างเว็บไซต์ ผู้ใช้งานจะไม่ใช่แค่ผู้เสพข้อมูลอีกต่อไป แต่ยังสามารถแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ บนเว็บไซต์ได้ เมื่อเกิดการสื่อสารโต้ตอบกันได้เต็มที่จึงกลายเป็นคอมมูนิตี้ออนไลน์ขึ้น 

ซึ่งสิ่งที่เป็นตัวขับเคลื่อนสังคมออนไลน์ที่มาในยุคอินเทอร์เน็ต Web 2.0 ก็คือ Facebook, Instagram และ Twitter แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เป็นเหมือนศูนย์กลางการเชื่อมต่อของคอมมูนิตี้ที่ทำให้เกิดการทำโฆษณาออนไลน์ขึ้น เพราะเมื่อมีตัวกลาง คนกลางก็สามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ใช้ เช่น พฤติกรรมการใช้งาน ความสนใจ หรือเวลาที่เล่น เพื่อนำไปวิเคราะห์เป็นข้อมูลในการทำโฆษณานั่นเอง 

Web 3.0

ยุคแห่งอนาคตนี้ก็คืออินเทอร์เน็ต Web 3.0 จะเป็นการพัฒนามาจากการปัญหาที่ผู้ใช้งานเข้าถึงเว็บไซต์ต่าง ๆ ผ่านตัวกลางที่สามารถนำข้อมูลของผู้ใช้งานไปใช้ประโยชน์ ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกไม่เป็นส่วนตัว เพื่อลดความสำคัญของตัวกลางลง  คือแนวคิดของการพัฒนา Web 3.0 รูปแบบของอินเทอร์เน็ตในอนาคตนั่นเอง

ซึ่งยุคของ จะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เข้ามาช่วยให้ผู้ใช้งานได้ประสบการณ์ในการเชื่อมต่อมากขึ้น เช่น AI, Machine Learning หรือ Blockchain โดยมีทิม เบอร์เนอร์ส ลี ผู้ที่เป็นคนคิดค้น Web 1.0 มาเป็นคนเริ่มแนวคิด Web 3.0 ตั้งเป้าไว้ว่าจะพัฒนาให้เป็นฐานข้อมูลใหญ่ที่เชื่อมโยงเครือข่ายทั้งโลกไว้ด้วยกัน รวมถึงได้ก่อตั้งองค์กรเว็บไซต์สากล W3C ขึ้นมา ซึ่งได้บอกไว้ว่าลักษณะของ Web 3.0 ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีอยู่ 3 สิ่งหลัก ๆ คือ

 – ไม่มีตัวกลาง จะต้องไม่มีตัวกลางที่ผู้ใช้งานใช้ในการเชื่อมต่อสื่อสารหากัน

 – โค้ดหรือชุดคำสั่งที่ออกแบบร่วมกัน จะมีโค้ด หรือชุดคำสั่งที่ผู้ใช้งานและผู้สร้างออกแบบร่วมกันได้ อย่างกิตฮับ (Github) ที่ใช้โค้ดโปรแกรมแบบโอเพ่นซอร์ส 

 – โปร่งใส สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ทั้งผู้ใช้งานและผู้สร้าง เพื่อความปลอดภัยและโปร่งใส

 

Web 3.0 กับวงการตลาดออนไลน์

Web 3.0 กับวงการตลาดออนไลน์

การกระจายรายได้ที่เหมาะสม

ถ้าพูดถึงในยุคนี้ ยังถือว่าเป็นยุคของอินเทอร์เน็ตแบบ Web 2.0 ที่กำลังจะก้าวสู้อินเทอร์เน็ต Web 3.0 ไปเรื่อย ๆ ดังนั้นการเข้าถึงข้อมูลและการสื่อสารต่าง ๆ ยังผ่านตัวกลาง มีการเก็บข้อมูลแบบรวมศูนย์ (Centrailized) ทำให้ตัวกลางนั้นได้เปรียบในการเอาข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ใช้งานที่มีไปใช้ประโยชน์ในการทำโฆษณา ทำให้รายได้ที่ครีเอเตอร์ทั้งหลายได้รับนั้นถูกหักทอนลงไป ไม่ได้เม็ดเงินแบบเต็มหน่วยที่ควรจะเป็น 

เงินที่นักการตลาดลงทุนจ่ายไปในการทำโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายผ่านตัวกลางไปยังครีเอเตอร์ผู้สร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจ แต่เงินไปถึงพวกเขาเพียงแค่ 10-20% เท่านั้น ส่วนเงินส่วนใหญ่จะไปอยู่กับบริษัทตัวกลางอย่าง Facebook, YouTube, Instagram หรืออีกมากมาย

Web 3.0 จึงเป็นสิ่งที่จะเข้ามาช่วยให้บรรดาครีเอเตอร์และแบรนด์เชื่อมต่อถึงกันบนระบบ BlockChain ที่สามารถแบ่งปันข้อมูลกับใครก็ได้ ส่วนค่าใช้จ่ายก็จะกระจายไปยังทุกคน จะถูกหักเพียงเล็กน้อยเป็นค่าธรรมเนียมการใช้บริการ ก็ถือว่าวิน ๆ ทุกฝ่าย เมื่อการยิงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายไม่ต้องผ่านตัวกลาง และสามารถจ่ายเงินตรงให้กับคนที่เห็นก็ยิ่งจะทำให้ผู้ใช้งานเปิดใจในการดูโฆษณามากขึ้น 

รวมถึงเทคโนโลยี NFT ที่ทำให้เจ้าของผลงานได้เป็นเจ้าของผลงานในโลกออนไลน์ได้จริง ผลงาน NFT ที่ถูกขายออกตลาดออนไลน์ไป ถูกเอาไปใช้งานซ้ำ ๆ ก็จะสร้างรายได้ให้กับเจ้าของลิทสิทธิ์ที่แท้จริงด้วย ผู้ครอบครองผลงานคนต่อไปก็สามารถกดหนดเงื่อนไขผลงานในการขายในโลกออนไลน์ได้ด้วยตัวเองอีกด้วย เป็นการกระจายรายได้อย่างทั่วถึงแบบจริง ๆ 

การครอบครองและซื้อขายด้วยเหรียญดิจิทัล

Metaverse เริ่มเข้าใกล้การใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ และแน่นอนว่ามันเชื่อมโยงไปถึงยุค Web 3.0 และจะเกี่ยวข้องกับการใช้เหรียญดิจิทัลทั้งแบบ Non-Fungible Token (NFT) และ Fungible Token ที่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นเจ้าของอะไร ในฝั่งของแบรนด์เองก็สามารถรู้จักตัวตนจองลูกค้าได้ผ่านเหรียญที่แจกให้ไปครอบครอง 

ซึ่งมันจะกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญในยุค Metaverse แน่นอน นักการตลาดและแบรนด์ต้องตีโจทย์ให้ออกว่าจะสร้างกลยุทธ์การตลาดบนเส้นทางนี้ได้อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ และให้ผู้บริโภคกลายเป็นส่วนหนึ่งในคอมมูนิตี้ของแบรนด์ เช่น การให้รางวัลผู้ที่ครอบครองเหรียญของแบรนด์มากที่สุด หรือกิจกรรมอื่น ๆ 

ผู้บริโภคควบคุมข้อมูลได้เอง

ในยุคอินเทอร์เน็ตแบบ Web1.0 และ Web 2.0 ผู้บริโภคไม่สามารถควบคุมข้อมูลส่วนตัวได้ ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่เป็นส่วนตัว แต่มันจะเปลี่ยนไปเพราะยุคของ Web 3.0 ข้อมูลจะถูกเก็บไว้บนระบบ Blockchain ที่จะมีแค่ชุดเดียว คุณจะสามารถควบคุมข้อมูลตัวเองได้ 100% กำหนดได้ว่าจะให้ใครเข้าถึงข้อมูลของเราได้บ้าง เข้าได้มากน้อยแค่ไหน หรือถึงเมื่อไหร่ นั่นก็จะทำให้บริษัทหรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่เป็นตัวกลางลำบากขึ้น 

แต่ก็แน่นอนว่ามันเป็นผลดีกับผู้บริโภค ซึ่งจะเกิดการตลาดแบบใหม่ที่ชื่อว่า Deterministic Marketing ที่ผู้บริโภคเป็นคนกำหนดเองว่าอยากเห็นโฆษณาหรือคอนเทนต์แบบไหน นั่นจะกลายเป็นเรื่องสุดท้าทายของนักการตลาดและแบรนด์ว่าจะทำอย่างไรให้เข้าไปถึงความสนใจของพวกเขาเหล่านั้นได้อย่างแท้จริง

หากคุณเป็นนักการตลาดหรือแบรนด์เราแนะนำให้รีบคิดกลยุทธ์มาให้ทันเพื่อเตรียมรับศึกที่จะมาพร้อมกับอินเทอร์เน็ตยุคของ Web 3.0 ไว้รอเลย

SHARES
×

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save