UX/UI

UI/UX ที่ดีใน Mobile App ควรมีอะไรบ้าง?

Digimusketeers, 17 December 2024

อยากรู้หรือไม่ว่าทำไม Mobile Application อย่าง Instagram, Canva, Spotify และแอปอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมและมียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็เพราะบริษัทผู้พัฒนาให้ความสำคัญกับการออกแบบ UX/UI ให้ง่ายต่อการใช้งานจึงยิ่งทำให้ผู้ดาวน์โหลดเข้าถึงคุณสมบัติของแอปพลิเคชันได้อย่างเต็มที่และเพลิดเพลิน มาดูเทคนิคการออกแบบที่คุณเองก็สามารถทำตามแบบมืออาชีพได้ง่ายๆ กันเลย

UX/UI คืออะไร

สำหรับใครที่ทำงานสายออกแบบเทคโนโลยีคงจะรู้จักคำว่า “UX/UI” ปัจจัยสำคัญที่ช่วยพัฒนางานออกแบบบน Mobile App และเว็บไซต์ ให้ใช้งานง่ายแต่ยังคงความสวยงามตามแบบที่ธุรกิจหรือองค์กรอีกด้วย

UX หรือ User Experience

ลักษณะการทำงานของ UX แปลได้ตรงตัวเลยก็คือ เน้นการออกแบบเพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การใช้งานที่น่าพอใจที่สุด เช่น มีลำดับการใช้งานที่ง่ายและชัดเจน ซึ่งจะยิ่งทำให้ผู้ใช้งานอยากกลับมาใช้งาน Mobile App หรือเว็บไซต์ซ้ำอีกเรื่อยๆ

UI หรือ User Interface

ส่วนลักษณะการทำงานของ UI จะแตกต่างออกไปจาก UX คือ เน้นการออกแบบหน้าตาของ Mobile App หรือเว็บไซต์ ให้ภาพรวมสวยงามน่าดึงดูดทั้งการจัดวางองค์ประกอบฟังก์ชันต่างๆ เช่น โทนสี รูปแบบและขนาดตัวอักษร ปุ่มนำทาง ภาพประกอบ เป็นต้น

หลักการออกแบบ UX/UI ที่ดี

เมื่อทราบบทบาทหน้าที่ของทั้ง UX/UI กันแล้ว มาดูแนวทางการออกแบบของทั้งสองอย่างว่าควรจะคำนึงถึงอะไรบ้างเพื่อให้ผลงานออกมาดีอย่างมืออาชีพ

แนวการออกแบบของ UX 

  1. Usability : ผู้ใช้สามารถเข้าใจและใช้งานง่าย ด้วยการลดขั้นตอนการเข้าถึงฟังก์ชันของแอปหรือเว็บไซต์ไม่ให้ดูซับซ้อนโดยไม่จำเป็น และควรใส่ข้อมูลแนะนำการใช้งานแบบง่ายๆ ที่จะเข้าใจได้ทันทีอีกด้วย
  2. Information Architecture : ต้องมีโครงสร้างข้อมูลอย่างชัดเจนที่ผู้ใช้จะเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะแถบเมนูหลักต้องเรียบง่ายและตรงตามความต้องการของผู้ใช้
  3. Smooth User Flow : ออกแบบประสบการณ์ใช้งานที่ราบรื่นสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การสมัครสมาชิกที่สามารถเริ่มใช้งานได้ทันทีไม่ยุ่งยากและซ้ำซ้อน
  4. User-Centered Design : เน้นตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ เช่น ฟังก์ชันที่สามารถช่วยให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น หรือแก้ปัญหาของผู้ใช้งานได้ โดยต้องเริ่มจากการศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้ด้วย
  5. User Testing : มีการทดสอบการใช้งาน Mobile App หรือเว็บไซต์ เพื่อหาปัญหาและวิธีแก้ไขได้อย่างตรงจุด

แนวการออกแบบของ UI

  1. Simplicity : เน้นการออกแบบให้มีความเรียบง่าย ทั้งรูปแบบตัวอักษรและสีที่ใช้ให้ชัดเจน ลดความซับซ้อนของปุ่มนำทางที่ทำหน้าที่เดียวกัน
  2. Consistency : ออกแบบให้การใช้งานให้เข้ากันทุกหน้าหรือเรียกว่าอยู่ในโทนและธีมเดียวกัน เช่น สี รูปแบบปุ่ม ไอคอนต่างๆ เพื่อสร้างภาพจำอันเป็นเอกลักษณ์ของ Mobile App หรือเว็บไซต์
  3. Clarity : ออกแบบให้มีการอธิบายฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างชัดเจนเข้าใจง่าย ไม่ควรมีข้อมูลที่ซับซ้อนจนเกิดความสับสน
  4. Color and Imagery : เลือกใช้สีที่สื่อถึงอารมณ์หรือจุดประสงค์การใช้งานฟังก์ชันนั้นๆ รวมไปถึงการใช้ภาพประกอบอย่างเหมาะสมที่ส่งเสริมความเข้าใจในการใช้งานได้มากขึ้น
  5. Feedback : ออกแบบการตอบสนองการกระทำของผู้ใช้งานให้รู้ว่าได้ทำสิ่งนั้นไปแล้ว เช่น สีปุ่มส่งข้อมูลเปลี่ยนไปเมื่อกดส่งไปแล้ว
  6. Responsive Design : สามารถใช้งานได้ดีทุกอุปกรณ์ในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งต้องออกแบบรายละเอียดอย่างแถบเมนูปุ่มกดให้ได้ขนาดที่เหมาะสมกับการแสดงภาพบนหน้าจอด้วย

Mobile App

เทคนิคเสริมให้การออกแบบ UX/UI มีประสิทธิภาพ

หากรู้แนวทางการทำงานออกแบบของ UX/UI ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้ผู้ใช้รู้สึกพอใจและอยากใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ ก็มาเสริมเทคนิคการออกแบบเพิ่มเติมกันอีกสักนิดให้ Mobile App หรือเว็บไซต์ ของคุณน่าดึงดูดขึ้นไปอีก

1. เน้นความเรียบง่ายชัดเจน

ต่อเนื่องจากแนวทางการออกแบบเบื้องต้นของ UI ที่ควรจะเรียบง่ายไม่ซับซ้อนและให้ข้อมูลเฉพาะที่จำเป็น โดยเน้นการใช้โทนสี ขนาด และรูปแบบตัวอักษรที่เหมาะสมอ่านเข้าใจง่าย เทคนิคนี้มักถูกใช้งานกันเป็นอันดับแรกเพราะจะช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจฟังก์ชันได้ง่ายขึ้นในระยะเวลาอันสั้น เช่น การออกแบบ Mobile App ของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่ัมักจะออกแบบปุ่มสั่งซื้อให้โดดเด่นง่ายต่อการใช้ง่าย

2. สร้างแบบจำลอง

เริ่มจากการสร้าง Prototyping model หรือแบบจำลองก่อนที่จะสร้างและพัฒนา Mobile App ของธุรกิจ ทำให้เห็นภาพรวมการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ภายในแอปก่อนจะลงมือสร้างและพัฒนาจริง ซึ่งจะสามารถทดสอบการทำงานของแอปและช่วยให้เห็นภาพปัญหาที่เกิดขึ้น จนนำไปปรับปรุงแก้ไขการออกแบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

3. ออกแบบให้ใช้ได้ทุกอุปกรณ์

อีกหนึ่งเทคนิคที่ควรเสริมคือออกแบบให้ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์ ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบ UI ที่ต้องให้ความสำคัญเพื่อรองรับทุกระบบปฏิบัติการและขนาดหน้าจอของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความแตกต่างกัน จึงต้องวางแผนปรับเปลี่ยนการออกแบบให้เข้ากับขนาดหน้าจอของทุกอุปกรณ์ที่ต้องการเปิดให้บริการให้การแสดงผลมีประสิทธิภาพที่สุด

4. ปรับแก้จาก Feedback

อีกหนึ่งเทคนิคสำคัญที่ไม่ควรพลาดคือการรับความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน ซึ่งนักพัฒนาก็จะได้เห็นภาพรวมการทำงานของแอปและสามารถมาปรับปรุง UX/UI ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตรงกับความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องสอดคล้องไปกับแนวทางการให้บริการของธุรกิจด้วย

5. เทคนิคการใช้ Microinteractions

เทคนิคนี้จะเพิ่มความน่าสนใจและสนุกสนานให้กับ Mobile App หรือเว็บไซต์ คือการเพิ่มลูกเล่นเล็กๆ อย่างการใส่ animation ให้ดูมีการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงให้เห็นถึงการตอบสนองการกระทำของผู้ใช้ เช่น การกดปุ่มส่งข้อความใน Mobile App แชตที่จะมี animation ขึ้นมาให้เห็นว่าข้อความกำลังส่งและส่งถึงปลายทางเรียบร้อยแล้ว

การออกแบบ UX/UI ไม่ว่าจะบน Mobile App หรือเว็บไซต์เป็นสิ่งสำคัญที่นักพัฒนาทุกคนควรจะใส่ใจตั้งแต่การศึกษาแนวทางในการสร้างและพัฒนา คอยดูแลปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะใส่ใจในเรื่องรูปลักษณ์หน้าตาของแอปแล้วก็ต้องคำนึงถึงการใช้งานที่ง่ายจนทำให้ผู้ใช้ต้องเข้ามาในแอปหรือเว็บไซต์อยู่เรื่อยๆ จนอาจเกิดการบอกต่อคุณสมบัติของแอปแบบปากต่อปากหรือการรีวิวก็เป็นได้

 

FAQ เกี่ยวกับ UX/UI

 

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับการออกแบบ UX/UI?

เพราะการสร้าง Mobile App ให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานจะต้องให้ความสำคัญในการออกแบบ UX/UI จะทำให้เกิดผลบวกหลายอย่างกับแอป เช่น หากมีการวางแผนการออกแบบที่ดีก็จะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาซึ่งจะส่งผลให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษาในอนาคตด้วย นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจเรื่องความน่าเชื่อถือ ความใส่ใจในรายละเอียดการใช้งาน ซึ่งมีโอกาสที่ลูกค้าจะกลับมาใช้งานแอปซ้ำอีกในอนาคตหรือใช้งานเป็นประจำ

ออกแบบ UX/UI ต้องใช้โปรแกรมอะไร?

ขอแนะนำ 3 โปรแกรมที่ใครๆ ก็สามารถใช้งานได้อย่างง่ายได้และเป็นที่นิยม

  1. Figma โปรแกรมที่จะช่วยออกแบบ UI ที่สามารถใช้งานได้ทุกเบราว์เซอร์และยังสามารถแบ่งปันการทำงานร่วมกันกับผู้ใช้อื่นได้ด้วย รองรับระบบปฏิบัติการทั้ง Window และ macOS จึงได้รับความนิยมอย่างมาก
  2. Sketch โปรแกรมช่วยออกแบบ UX/UI ที่มาพร้อมเครื่องมืออำนวยความสะดวกหลากหลายประเภทจึงช่วยย่นระยะเวลาการทำงานได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถนำเข้าไฟล์จากโปรแกรมอื่นๆ มาทำงานต่อได้อีกด้วย
  3. Adobe XD โปรแกรมออกแบบ UX/UI จากค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Adobe ที่สามารถมั่นใจในเรื่องคุณภาพ ความรวดเร็ว ใช้งานง่าย และเครื่องมือครบครัน ที่สามารถรองรับระบบปฏิบัติการทั้ง Window และ macOS ได้เช่นกัน

การออกแบบ UX/UI บนแอปของระบบ Android และ iOS ต่างกันไหม?

แน่นอนว่ามีความแตกต่างกัน เพราะจะต้องคำนึงถึงประเภทของผู้ใช้งานในแต่ละระบบปฏิบัติการ อย่าง iOS จะต้องเน้นการใช้งานแบบเรียบง่าย ตรงไปตรงมา ไม่ได้มีลูกเล่นเยอะเท่า Android ที่มีสีสันและสามารถปรับเปลี่ยนแอปได้บ่อยกว่า เพราะมีเรื่องของการตรวจสอบและความปลอดภัยของแอปก่อนจะปล่อยให้ดาวน์โหลดแอปที่ง่ายกว่า iOS นอกจากนี้ยังต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดวางให้เข้ากับขนาดหน้าจอของหลายอุปกรณ์มากกว่า iOS ที่มีหน้าจอเพียงไม่กี่ขนาด

ออกแบบ UX/UI

ที่ Digimusketeers เรามีบริการ Graphic Design & Motion Graphic สร้างสรรค์ Artwork บนช่องทาง Online และ Offline ออกแบบโลโก้ ออกแบบ CI Branding ดีไซน์สร้างสรรค์ เป็นเอกลักษณ์ เพิ่มยอดขายและการเข้าถึง สื่อสารได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เพิ่มโอกาสให้แบรนด์หรือธุรกิจของคุณ ปิดการขายได้มากขึ้น

เพิ่มยอดขายด้วยการสร้างสรรค์ชิ้นงานกราฟิกที่โดดเด่น ติดต่อ 02-047-0088 หรือ Add Line เพื่อปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เลือกอ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Graphic Design

คุณกำลังต้องการเพิ่มยอดขายออนไลน์ให้ธุรกิจของคุณอยู่หรือไม่

ปรึกษาฟรี!

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ของเรา

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับ
Manage Consent Preferences บันทึก